การกระจายห่วงโซ่อุปทานไปยังประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากประเทศจีนสร้าง "โอกาสดีที่หาได้ยากให้กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ดังคำกล่าวของ Liew Chin Tong รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย[1]
แต่การคว้าโอกาสเหล่านั้นจำเป็นต้องอาศัยเงินทุนที่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SME) ในภูมิภาคเข้าถึงได้ยาก และหากไม่มีแนวทางการจัดหาเงินทุนแบบใหม่ ๆ นี่อาจทำให้เกิดปัญหาคอขวดที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตตามเป้าหมายของภูมิภาค ในกรณีเช่นนี้ สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันจาก EquitiesFirst อาจจะเป็นคำตอบ
สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันช่วยพยุงรากฐานของเศรษฐกิจอาเซียนได้
จากข้อมูลของธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank, ADB) ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีธุรกิจขนาดไมโคร ขนาดเล็ก และขนาดกลางอย่างน้อย 71 ล้านธุรกิจ คิดเป็นสัดส่วนถึง 97% ของธุรกิจในภูมิภาค และจ้างงานประชากรถึง 67% รวมทั้งสร้างมูลค่าให้กับระบบเศรษฐกิจโดยเฉลี่ย 40.5% ของ GDP แต่ละประเทศ[2] อย่างไรก็ตาม ธุรกิจขนาดไมโครเหล่านี้มักจะทำธุรกิจอย่างไม่เป็นทางการ ดังนั้นตัวเลขที่แท้จริงอาจจะสูงกว่านี้มาก
SME ยังสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับภาคการส่งออกของอาเซียน ไม่รวมธุรกิจขนาดไมโครที่มักจะประกอบธุรกิจภายในประเทศเป็นหลัก ธุรกิจเหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม และมีส่วนในการสร้างนวัตกรรมและการเติบโตในองค์รวมจากการสร้างงานให้กับประชากรทั้งในเมืองและชนบท กล่าวได้ว่า ธุรกิจเหล่านี้เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจในภูมิภาคและเป็นรากฐานให้กับการเติบโตและการพัฒนาในระยะยาว
ธุรกิจ SME ของอาเซียนต้องการสินเชื่อทางเลือกอย่างมาก
ธุรกิจเหล่านี้ต้องอาศัยสินเชื่อในการเติบโต อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก ADB กล่าวว่า ประมาณ 60% ของธุรกิจ MSME (ที่ตอบแบบสำรวจ) ที่ต้องจัดหาเงินทุนหรือสินเชื่อในภูมิภาคออกมาแสดงความกังวลว่า พวกเขาประสบปัญหาหรือไม่สามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมได้[3] ข่าวดีก็คือความช่วยเหลืออยู่ไม่ไกล เพราะข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ตลอดจนวิธีเข้าถึงสินเชื่อประเภทนี้กำลังแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว[4]
รายงานฉบับล่าสุดเผยว่า 70% ของธุรกิจเหล่านี้เริ่มต้นจากเงินทุนก้อนแรกที่มาจากเงินออมหรือจากเพื่อนและครอบครัว นี่ยิ่งตอกย้ำให้เห็นปัญหาในปัจจุบันที่ธุรกิจ SME ในภูมิภาคกำลังเผชิญ[5]
ผลการสำรวจอีกชุดหนึ่งชี้ว่า ธุรกิจ SME กว่าสองในสามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประสบความยากลำบากในการหาเงินทุนอย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงห้าปีที่ผ่านมา 40% ของธุรกิจเหล่านี้เคยประสบปัญหากระแสเงินสด 30% ไม่สามารถเปิดตัวสินค้าหรือบริการใหม่ได้ และ 36% ไม่สามารถจ้างคนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ[6]
จากข้อมูลของกองทุนเพื่อการพัฒนาทุนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Capital Development Fund) แม้ว่าสินเชื่อผู้บริโภคในอาเซียนจะเข้าถึงได้ง่ายและมีเสถียรภาพ แต่ธุรกิจ MSME ในภูมิภาคยังคงประสบปัญหาการจัดหาเงินทุน โดยมีช่องว่างคิดเป็นมูลค่าสูงสุด 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐโดยประมาณ[7]
ถึงแม้ว่าธนาคารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่จะมีภูมิคุ้มกันต่อวิกฤติการธนาคารที่เกิดขึ้นกับธนาคารในโลกตะวันตก แต่อนาคตที่ไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอาจทำให้เกิดความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับหนี้เสียในอาเซียน ทำให้ธนาคารในภูมิภาคยิ่งลังเลใจไม่อยากปล่อยสินเชื่อให้กับ SME อัตราดอกเบี้ยสูงส่งผลเสียร้ายแรง ADB ประมาณการณ์ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแม้จะแค่ 1% ก็อาจทำให้ MSME ล้มละลายมากขึ้นถึง 10%[8]
รากฐานมั่นคงเพื่ออนาคตสดใสของอาเซียน
อย่างไรก็ตาม อนาคตของเศรษฐกิจอาเซียนในภาพรวมยังคงสดใส เนื่องจากประเทศต่าง ๆ เปลี่ยนความคิดและย้ายห่วงโซ่อุปทานของตัวเองมายังประเทศอาเซียนกันมากขึ้น และการคาดการณ์ว่าการค้าและการลงทุนจากสหรัฐฯ และจีนในภูมิภาคนี้จะเพิ่มขึ้น เห็นได้จากจำนวนข้อตกลงการค้าเสรี[9]
โอกาสของอาเซียนยังได้รับแรงหนุนจากค่าแรงราคาถูกเมื่อเทียบกับจีน จุดแข็งของสิงคโปร์ในภาคธุรกิจการบริการทางการเงินและการมีเทคโนโลยีสูง ตลอดจนการมีสัดส่วนประชากรอายุระหว่าง 25-54 ปีที่มีการศึกษาขั้นที่สามหรือระดับอุดมศึกษาจำนวนมาก
นอกจากนี้ ภูมิภาคอาเซียนยังได้ประโยชน์จากการบริโภคของประชากรจำนวน 670 ล้านคน และเนื่องจากอาเซียนร่ำรวยขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มผู้บริโภคก็จะยิ่งมีความโดดเด่นมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉลี่ยแล้ว จะมีประชากรอาเซียนหนึ่งคนขยับขึ้นมาเป็นผู้บริโภคชนชั้นกลางทุก ๆ สองวินาที ซึ่งส่งผลดีต่อหลายภาคธุรกิจ ตั้งแต่อีคอมเมิร์ซไปจนถึงฟินเทค[10]
คาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียนจะเติบโตอย่างมาก โดยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรายใหม่ถึง 125,000 รายทุกวัน[11] รายงาน e-Conomy SEA ฉบับล่าสุดที่เผยแพร่โดย Google, Temasek และ Bain & Company พยากรณ์ว่า แค่เฉพาะเศรษฐกิจดิจิทัลของหกประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม และสิงคโปร์ รวมกันแล้วอาจจะมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 คิดเป็นห้าเท่าจาก 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022[12]
สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันสามารถเข้ามาปิดช่องว่างทางการเงินให้กับธุรกิจ SME ได้
หากจะใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ 31% ของธุรกิจ SME ในอาเซียนที่แสดงความคิดเห็นในโครงการ Business Outlook Study ของ United Overseas Bank กล่าวว่า พวกเขาจำเป็นต้องกำหนดให้การเปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัลมีความสำคัญเป็นอันดับแรก[13] เพราะนอกจากการเตรียมตัวสำหรับการขายสินค้าทางออนไลน์แล้ว การลงทุนดังกล่าวยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจเหล่านี้ และช่วยพวกเขารับมือกับปัญหาที่เกิดจากต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อด้วย[14]
ในภาวะเศรษฐกิจอย่างในปัจจุบัน SME ที่ต้องการระดมเงินทุนมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนมาใช้ระบดิจิทัลหรือขยายธุรกิจในอาเซียนสามารถพิจารณาขอสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันจาก EquitiesFirst ได้ เพียงวางหุ้นหรือคริปโตเป็นหลักประกัน ก็สามารถขอสินเชื่อที่ไม่จำกัดวัตถุประสงค์การใช้งานและเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราน่าสนใจ
สินเชื่อที่เรานำเสนอเป็นสินเชื่อแบบไม่มีสิทธิไล่เบี้ย (Non- Recourse) นั่นแปลว่าหากสินทรัพย์ที่นำมาวางเป็นหลักประกันไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า หรือผู้กู้ประสบปัญหาในการชำระดอกเบี้ยหรือชำระเงินกู้ ความสูญเสียจะจำกัดอยู่แค่หลักประกันเท่านั้น
นอกจากนี้ สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับนักลงทุนที่ต้องการขยายพอร์ตการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนจากภูมิภาคที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ เพราะมอบสภาพคล่องให้นักลงทุนนำเงินไปลงทุนภูมิภาคและภาคธุรกิจอื่น ๆ หรือใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน โดยไม่เสียโอกาสในการรับผลตอบแทนในกรณีที่ราคาสินทรัพย์เหล่านั้นปรับตัวสูงขึ้น
[1] https://www.businessinsider.com/supply-chain-shift-china-create-middle-class-winners-southeast-asia-2023-9
[2] https://seads.adb.org/solutions/realizing-potential-over-71-million-msmes-southeast-asia
[3] https://seads.adb.org/solutions/realizing-potential-over-71-million-msmes-southeast-asia
[4] https://www.kkr.com/insights/asset-based-finance-fast-growing-frontier-private-credit
[5] https://technode.global/2023/10/10/nearly-seven-in-ten-smes-in-southeast-asia-rely-on-startup-capital-from-savings-family-and-friends-sme-industry-report/
[6] https://cfotech.asia/story/mambu-report-shows-68-of-smes-struggle-to-secure-funding
[7] https://www.uncdf.org/article/8264/first-ever-impact-focused-southeast-asian-financial-inclusion-report-charts-pathways-to-accelerate-impact-beyond-access#:~:text=About%20225%20million%20Southeast%20Asians,up%20to%20US%24300%20billion
[8] https://asia.nikkei.com/Economy/ASEAN-rate-hikes-squeeze-margins-for-millions-of-small-companies#:~:text=Citing%20figures%20from%20the%20Asian,the%20number%20of%20bankrupt%20MSMEs.%22
[9] https://www.euromoney.com/article/2bzar54a6dgdmu3wi3i0w/sponsored-content/harnessing-aseans-growth
[10] https://www.hubbis.com/news/ubs-investment-office-highlights-healthtech-and-asean-s-emerging-economy-as-lucrative-opportunities-amidst-tech-stock-stagnation
[11] https://www.euromoney.com/article/2bzar54a6dgdmu3wi3i0w/sponsored-content/harnessing-aseans-growth
[12] https://economysea.withgoogle.com/home/
[13] https://www.euromoney.com/article/2bzar54a6dgdmu3wi3i0w/sponsored-content/harnessing-aseans-growth
[14] https://www.straitstimes.com/business/greater-stability-more-opportunities-why-its-timely-and-critical-for-asean-smes-to-go-digital
