เหตุผลอาจเป็นเพราะนักลงทุนชอบซื้อสินทรัพย์ในตลาดที่ตัวเองคุ้นเคยมากกว่า หรือที่เราเรียกกันว่า Home bias นั่นเอง
นี่เป็นเรื่องปกติและเข้าใจได้ เพราะคนเรามักจะสบายใจมากกว่าถ้าได้ซื้อสิ่งที่ตัวเองรู้จักหรือคิดว่ารู้จัก แต่ว่าการทำแบบนี้ทำให้นักลงทุนพลาดโอกาสดีๆ ไปมากมาย และที่ร้ายไปกว่านั้นคือ อาจจะขาดทุน เพราะกระจายความเสี่ยงไปยังภูมิภาคต่างๆ ไม่หลากหลายพอ
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนักลงทุนฉลาดๆ จึงกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์หลายประเภทและในหลายประเทศ ผลการสำรวจในระดับนานาชาติครั้งล่าสุดที่ดำเนินการโดย EquitiesFirst ร่วมกับ Custom Research Lab ของ Institutional Investor เผยให้เห็นว่าผู้มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนประมาณ 300 คนเกือบทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า สถาบันการเงินของพวกเขาจะได้รับประโยชน์จากการเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นหลายๆ ประเทศ

จากการศึกษาพบว่า เหตุผลที่สถาบันต่างๆ หันมาเลือกซื้อหุ้นชั้นยอดที่ให้ผลตอบแทนอย่างต่อเนื่องโดยกระจายการลงทุนในหลายประเทศทั่วโลกคือ ปัจจุบันตลาดหุ้นมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น การกระจายการลงทุนไปทั่วโลกช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากการกระจุกการลงทุนในภูมิภาคเดียว ซึ่งวิธีนี้อาจจะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนได้
โอกาสจากหุ้นขาขึ้น
นอกจากนี้นักลงทุนยังให้ความสนใจตลาดเกิดใหม่กันมากขึ้น ซึ่งปกติแล้วตลาดเหล่านี้ดึงดูดเงินทุนได้น้อยกว่าตลาดพัฒนาแล้วอย่างมาก แม้ว่าจะมีอัปไซด์สูงกว่าก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะยาว
ถึงแม้ว่าปัจจุบัน ประเทศเศรษฐกิจใหม่จะมีสัดส่วนคิดเป็นประมาณ 40% ของ GDP โลก และมีส่วนในการเติบโตเกือบถึงสองในสามของโลกในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา แต่[1] ตลาดหุ้นของประเทศเหล่านี้กลับมีมูลค่าแค่หนึ่งในสี่ของมูลค่าตลาดของโลกเท่านั้น[2] ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา หุ้นในตลาดเศรษฐกิจใหม่ให้ผลตอบแทนเหนือกว่าหุ้นในประเทศกำลังพัฒนา ยกเว้นในปี 2022 ที่ประเทศจีนล็อกดาวน์ประเทศ ทำให้สร้างผลตอบแทนได้น้อยกว่า[3]
อย่างไรก็ตาม การที่จีนกลับมาเปิดประเทศอย่างกะทันหันเร็วกว่าที่คาดในช่วงสิ้นปี 2022 ทำให้เกณฑ์มาตรฐานของหุ้นในประเทศเศรษฐกิจใหม่ กำลังจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากระดับความเชื่อมั่นในระยะสั้นที่ปรับตัวดีขึ้น และแนวโน้มทางประชากรศาสตร์ในระยะยาว ทั้งนี้ IMF คาดการณ์ว่า ถึงแม้อัตราดอกเบี้ยสูงและสงครามยูเครนจะเป็นตัวฉุดรั้งตลาดโลกเอาไว้ แต่อัตราการเติบโตของ GDP ของประเทศเศรษฐกิจใหม่จะสูงถึง 3.9% ในปี 2023 ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา และส่วนใหญ่เป็นเพราะประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย ตรงกันข้ามกับประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า ตัวเลขนี้จะลดลงจาก 2.7% ในปี 2022 มาอยู่ที่ 1.3%[4]
การลงทุนท่ามกลางอุปสรรคท้าทาย
แน่นอนว่าตัวชี้วัดอย่างคร่าวๆ อย่างการเติบโตของ GDP และดัชนีหุ้นของตลาดเศรษฐกิจใหม่ แสดงให้เห็นถึงความท้าทายใหญ่หลวงหลายประการที่นักลงทุนต้องพบเจอในภูมิภาคเอเชียและประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ
เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว ตลาดใหม่มักจะมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและทางการเมืองน้อยกว่า มีมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลไม่เข้มงวดเท่า และโดยทั่วไปแล้วจะมีสภาพคล่องและความโปร่งใสน้อยกว่า อีกทั้งยังเข้าถึงได้ยากกว่า[5] นอกจากนี้ ภายในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ ประเทศต่างๆ ไม่ได้มีความเป็นกลุ่มก้อน กล่าวคือมีอัตราการเติบโต ระบบการเมือง และภูมิทัศน์ขององค์กรธุรกิจแตกต่างกันอย่างมาก ดังนั้นโอกาสและความเสี่ยงจึงหลากหลายตามไปด้วย
แต่ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้เอง หุ้นในตลาดใหม่จึงมีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงสำหรับนักลงทุนที่มีข้อมูลและคัดสรรหุ้นได้เก่งกาจ
มาตรฐานการจัดทำรายงาน การตรวจสอบ และธรรมาภิบาลในองค์กรธุรกิจของประเทศเศรษฐกิจใหม่อาจจะล้าหลังเมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้ว แต่ว่าสถานการณ์กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาธรรมาภิบาลขององค์กร รวมทั้งคุณภาพและความพร้อมของข้อมูลผลการดำเนินงานไม่ได้เป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการลงทุนในตลาดใหม่เหมือนอย่างแต่ก่อน ซึ่งนี่คือสิ่งที่ผู้ตอบแบบสำรวจของ Equities First เกือบทุกรายเห็นพ้องต้องกัน
มีอำนาจในการตัดสินในด้านการลงทุนหลายรายที่ให้สัมภาษณ์ในการศึกษาครั้งนี้ยังเน้นย้ำว่ามีการปรับปรุงดีขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยตลาดเกิดใหม่ดูเหมือนว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้นและแข่งขันกันอย่างร้อนแรงเพื่อดึงเงินทุนจากต่างประเทศ ซึ่งหากบริษัทต่างๆ ในตลาดเกิดใหม่ต้องการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ พวกเขาจะต้องเพิ่มความโปร่งใส มาตรฐานการรายงาน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
แรงหนุนที่เกิดขึ้น
นักวิเคราะห์ของธนาคารเพื่อการลงทุน Morgan Stanley กล่าวว่า พวกเขาคาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ตลาดเกิดใหม่ 4 กลุ่มหลักๆจะมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง[6]
กลุ่มแรกคือประเทศที่จะมีเม็ดเงินสะพัดจากการเติบโตในฐานะศูนย์กลางการผลิต ซึ่งส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรปตะวันออก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือเวียดนามและโปแลนด์[7]
ในขณะเดียวกัน บางประเทศได้รับการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และการเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการจัดจำหน่ายโลหะและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อเทรนด์การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน ประเทศในกลุ่มนี้ ได้แก่ บราซิล ชิลี อินโดนีเซีย และรัสเซีย[8]
ประเทศกลุ่มที่สามในความเห็นของ Morgan Stanley คือประเทศกำลังพัฒนาที่ถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องปฏิรูปเศรษฐกิจในช่วงที่โรคโควิดระบาด ซึ่งส่งผลให้ประเทศเหล่านี้กำลังจะเติบโตขึ้นอย่างยั่งยืนในหลายปีถัดจากนี้ ตัวอย่างเช่น อินเดียและอินโดนีเซีย[9]
กลุ่มสุดท้ายคือประเทศที่พร้อมจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัล โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญคือการล็อกดาวน์ระหว่างการระบาดของโคโรนาไวรัส และมีศักยภาพในการสร้างบริษัทยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีเหมือนอย่างอเมริกาและจีน เทรนด์นี้จะส่งผลกระทบต่อลาตินอเมริกา เอเชียตะวันออก และแอฟริกาอย่างเห็นได้ชัด[10]
ปัจจุบัน สินทรัพย์ในหลายประเทศเหล่านี้ดูเหมือนจะยังมีราคาถูกอยู่ เมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้ว นักลงทุนหลายรายแย้งว่าราคาของหุ้นในตลาดเกิดใหม่ไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงเลยและมีการถือครองต่ำกว่าปกติ และแม้ว่าจะมีความเสี่ยงสูงกว่าหุ้นในตลาดพัฒนาแล้ว แต่มูลค่าปัจจุบันของหุ้นเหล่านี้กำลังอยู่ในระดับที่น่าสนใจที่สุด[11]
สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับนักลงทุนที่กำลังต้องการเงินทุนไปคว้าโอกาสดังกล่าว เพราะเพียงแค่ใช้หุ้นหรือคริปโตเป็นหลักประกัน นักลงทุนก็จะได้รับเงินทุนไปกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนและลงทุนเพิ่มขึ้นในตลาดใหม่ๆ โดยไม่จำเป็นต้องลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดบ้านเกิดของตัวเองลง
และหากไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง นักลงทุนก็อาจจะเสียโอกาสในการทำกำไรครั้งใหญ่ได้
[1] https://www.gbm.hsbc.com/en-gb/campaigns/accessing-emerging-markets#:~:text=Over%20the%20last%2020%20years,of%20the%20world's%20GDP%20growth.
[2] https://www.morganstanley.com/im/publication/insights/articles/article_howmuchtoown_us.pdf
[3] https://www.ftadviser.com/investments/2023/02/06/why-emerging-markets-are-an-attractive-opportunity/
[4] https://www.imf.org/en/Publications/WEO/Issues/2023/04/11/world-economic-outlook-april-2023
[5] https://www.ftadviser.com/investments/2023/02/06/why-emerging-markets-are-an-attractive-opportunity/
[6] https://www.morganstanley.com/im/publication/insights/articles/article_howmuchtoown_us.pdf
[7] https://www.morganstanley.com/im/publication/insights/articles/article_howmuchtoown_us.pdf
[8] https://www.morganstanley.com/im/publication/insights/articles/article_howmuchtoown_us.pdf
[9] https://www.morganstanley.com/im/publication/insights/articles/article_howmuchtoown_us.pdf
[10] https://www.morganstanley.com/im/publication/insights/articles/article_howmuchtoown_us.pdf
[11] https://www.lazardassetmanagement.com/hk/en_us/research-insights/outlooks/emerging-markets
