วิกฤติหนี้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนยังคงทำให้ตลาดหุ้นดิ่งหนักเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ระดับของปัญหาที่เกิดขึ้นกับ China Evergrande ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทดิ่งลงถึง 90% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนในบริษัทอื่นๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน อีกทั้งยังส่งผลให้ยอดขายชะลอตัวลงและตัดหนทางในการขอสินเชื่อ จนถึงกับทำให้ธนาคารกลางของสหรัฐฯ ต้องออกมาเตือนว่าปัญหาในครั้งนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดของสหรัฐด้วย[1]
เมื่อไม่มีกระแสเงินไหลเข้ามาให้นำไปชำระหนี้ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งจึงเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้
หน่วยงานกำกับดูแลกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤติ Evergrande กลายเป็นปัญหาของทั้งระบบ ทว่าการปรับโครงสร้างองค์กรใหญ่ขนาดนี้ต้องใช้เวลาหลายเดือนจนถึงหลายปี
วิกฤติอสังหาริมทรัพย์ในจีนตอกย้ำความเสี่ยงจากการใช้เลเวอเรจมากเกินไป เพราะเมื่อใดที่สภาพคล่องลดลง แม้แต่สินทรัพย์ที่มีค่ามากที่สุดก็อาจจะมีมูลค่าลดลงอย่างมากหากนำไปเปลี่ยนเป็นเงิน หรือนำไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อขอสินเชื่อได้ยาก
ในระดับบุคคล นักลงทุนที่กู้ยืมโดยใช้มาร์จิ้นมากเกินไปและใช้สินทรัพย์ที่มีความผันผวนเป็นหลักประกัน เช่น หุ้นในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของจีน จะเสี่ยงต่อการถูกขอให้เพิ่มหลักประกัน หากมูลค่าของหลักทรัพย์ลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
ความเสี่ยงของมาร์จิ้น
นอกจากนี้แล้ว ลูกค้าของธนาคารธนบดีธนกิจยังอาจจะถูกเรียกหลักประกัน หากธนาคารเปลี่ยนนโยบายการกู้ยืมด้วย ผู้จัดการความมั่งคั่งหลายรายไม่ยอมรับหุ้นและพันธบัตรจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ตกอยู่ในความเสี่ยงมาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อแบบใช้มาร์จิ้นอีกต่อไป
สำหรับนักลงทุนระยะยาว การเรียกหลักประกันอาจจะทำให้การติดขัดชั่วคราวกลายเป็นปัญหาถาวรได้ และส่งผลให้ต้องชำระบัญชีสินทรัพย์ในราคาต่ำ
EquitiesFirst นำเสนอโซลูชันทางเลือกให้กับนักลงทุนที่มิใช่รายย่อย นักลงทุนที่มีประสบการณ์ นักลงทุนมืออาชีพ และนักลงทุนกลุ่มอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนด ซึ่งมีความรู้และประสบการณ์มากพอ เพื่อให้นักลงทุนสามารถทำธุรกรรมขอสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันได้ สำหรับนักลงทุนกลุ่มดังกล่าว การทำข้อตกลงการขายและการซื้อคืนกับบริษัท จะช่วยให้ผู้ถือหุ้นสร้างสภาพคล่องจากพอร์ตการลงทุนของตัวเอง โดยที่ยังสามารถรอให้ราคาหุ้นฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ EquitiesFirst ใช้แนวทางแบบระยะยาวกับการทำข้อตกลงทุกครั้ง และมีประวัติคืนหุ้นให้กับลูกค้า 100% เมื่อสิ้นสุดระระยะสัญญา
การขอสินเชื่อจาก EquitiesFirst ช่วยให้นักลงทุนสามารถกำหนดฐานให้กับมูลค่าการลงทุนของตัวเอง พร้อมกับได้รับเงินทุนที่มีความยืดหยุ่นเต็มที่โดยมีข้อกำหนดที่น่าสนใจ ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งนักลงทุนไม่สามารถชำระเงินกู้ยืมแบบไม่มีสิทธิไล่เบี้ย (Non- Recourse) ให้กับ EquitiesFirst สิ่งที่ผู้กู้ยืมจะสูญเสียไปก็คือหุ้นที่วางประกันเอาไว้เท่านั้น
การมีสถานะเป็นบริษัทเอกชนและปรัชญาการลงทุนในระยะยาวของเราสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ตลาดผันผวน เพราะช่วยให้ EquitiesFirst เสนออัตราดอกเบี้ยและอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าที่น่าสนใจกว่าธนาคารธนบดีธนกิจและผู้ให้กู้ยืมแบบดั้งเดิมประเภทอื่นๆ ซึ่งมีภาระต้องจัดทำรายงานให้กับผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกไตรมาส
[1] https://www.federalreserve.gov/publications/files/financial-stability-report-20211108.pdf
