ภาวะขายมากเกินไปในตลาด (Oversold) เป็นสัญญาณว่าตลาดจะฟื้นตัวกลับมาอีกครั้งหลังจากร่วงหนัก และนี่อาจเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุน ในภาวะเศรษฐกิจอย่างในปัจจุบันที่สภาพคล่องตึงตัว สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันจาก EquitiesFirst เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนที่ต้องการจะคว้าโอกาสจากตลาดที่กำลังซบเซา
ตลาดสองแห่งที่น่าจะสร้างผลตอบแทนให้อย่างงามและไม่พูดถึงไม่ได้คือหุ้นสหรัฐอเมริกาและจีน ถึงแม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจะออกมาแสดงความคิดเห็นตรงกันว่า ตลาดสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป[1] แต่นักวิเคราะห์ตลาดของ Bloomberg กล่าวว่าตลาดจีนมีแรงเทขายหุ้นอย่างหนักหน่วงมากเป็นพิเศษ[2] สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเปิดโอกาสให้นักลงทุนเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตลาดเหล่านี้ โดยที่ยังคงได้รับผลตอบแทนในกรณีที่สินทรัพย์ในพอร์ตปรับตัวสูงขึ้น
เข้าถึงสินเชื่อทางเลือกเพื่อคว้าโอกาสตอนตลาดฟื้นตัว
กราฟเทคนิคชี้ว่าหุ้นฮ่องกงและจีนกำลังจะกลับตัวหลังจากมีการเทขายมานาน[3] เพราะไม่ว่ายังไง หุ้นก็ร่วงลงไปกว่านี้ได้ไม่เท่าไหร่แล้ว ถึงแม้ว่านักลงทุนจะยังคงมองตลาดทั้งสองแห่งในแง่ลบ แต่เมื่อดูจากอดีตที่ตลาดหุ้นทั้งสองร่วงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่วิกฤติการเงินในปี 2008 เป็นต้นมา เส้นกราฟในอดีตชี้ว่าหุ้นไม่น่าจะร่วงเกินกว่านี้มากนัก[4]
นักวิเคราะห์จำนวนมากยังเห็นตรงกันว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในอนาคตจะชะลอตัวลงหลังจากเติบโตเร็วมากตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมา แต่ถึงกระนั้น Mark Mobius นักลงทุนในตลาดเกิดใหม่ที่เป็นตำนาน ก็กล่าวว่าตลาดจีนจะยังคงมอบโอกาสมากมายไม่รู้จบ[5]
ในขณะที่ Pictet Wealth Management เชื่อว่า ตลาดจีนมีความน่าสนใจ เนื่องจากหุ้นยังมีราคาถูกและคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะกลับมาเติบโตอย่างรวดเร็วอีกครั้ง เมื่อเทียบกับอินเดีย[6] ตรงกันข้ามกับหุ้นอินเดียที่ราคาอยู่ในขาขึ้นมาตลอดทุกปีตั้งแต่ปี 2016-2022 โดย Hugues Rialan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Pictet ประจำเอเชีย แย้งว่า หุ้นอินเดียตอนนี้ดูเหมือนจะราคาแพงไปแล้ว
เปลี่ยนไปลงทุนในหุ้นยักษ์ใหญ่ของตลาดเกิดใหม่
นักวิเคราะห์จำนวนมาก รวมทั้งนักวิเคราะห์ของ CLSA เชื่อว่าตลาดอินเดียเข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไปและหุ้นกำลังจะปรับฐาน ซึ่งตรงข้ามกับตลาดจีน[7] ถึงแม้ว่าบริษัทนายหน้าจะไม่ได้กังวลเกี่ยวกับอนาคตของหุ้นอินเดียจนเกินควร แต่ก็ยังมีข้อกังวลหลายอย่างที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นราคาแพงเกินไป การลดลงของมาร์จินที่ทำให้ความสามารถในการทำกำไรเชิงสัมพัทธ์ลดลงไปด้วย และการที่นักวิเคราะห์มีความเห็นตรงกันว่าความคาดหวังเกี่ยวกับการเติบโตของรายได้เป็นการมองโลกในแง่ดีเกินไปเมื่อเทียบกับข้อมูลในอดีตจนถึงปัจจุบัน[8]
ถึงแม้ว่าตลาดเกิดใหม่จะแข่งขันกันดึงดูดกระแสเงินลงทุน แต่ว่านี่ "ไม่ใช่เกมเอาแพ้เอาชนะ" Michael Oh ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของ Matthews Asia เน้นย้ำ การเปรียบเทียบระหว่างประเทศยักษ์ใหญ่ทั้งสองของเอเชียเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และในอนาคตจะเกิดขึ้นบ่อยกว่านี้อีก[9]
ถึงแม้ว่าหุ้นอินเดียจะอยู่ในยุครุ่งเรืองอย่างชัดเจน ทว่าจีนยังคงเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่กว่าอยู่ดี เศรษฐกิจของอินเดียมีมูลค่า 3.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนหนึ่งในห้าของเศรษฐกิจจีน และตลาดหุ้นมูลค่า 3.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็มีขนาดแค่หนึ่งในสามของจีนเท่านั้น[10]
แม้ว่าอัตราการเติบโตของ GDP อินเดียน่าจะเหนือกว่าจีนในสองสามปีข้างหน้า แต่ความแตกต่างก็ไม่เพียงพอที่จะปิดช่องว่างดังกล่าวได้มากเท่าใดนัก และถึงแม้ว่านักลงทุนจะสลับหมุนเวียนการลงทุนในตลาดทั้งสอง แต่การปรับเปลี่ยนน้ำหนักการลงทุนระหว่างภาคธุรกิจต่าง ๆ ภายในประเทศจีนยังเป็นเทรนด์ที่มีความสำคัญมากกว่า
ปัจจัยหนุนการเติบโตของหุ้นจีนที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลง
นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs และ JP Morgan ชี้ว่า เศรษฐกิจจีนกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นจะมีโอกาสมากมายอยู่ในนั้น[11] ปัจจัยหนุนการเติบโตอันดับต่อไปของจีนคาดว่าจะเป็นการบริโภคภายในประเทศ พลังงานหมุนเวียน และการผลิตขั้นสูง เหล่านี้คือภาคธุรกิจที่รัฐบาลต้องการส่งเสริม และได้รับการเน้นย้ำความสำคัญในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่[12]
โอกาสในการลงทุนจะเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปเรื่อย ๆ และนักลงทุนเองก็จะได้ประโยชน์จากแหล่งเงินทุนทางเลือกที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันจาก EquitiesFirst ตอบโจทย์ดังกล่าวได้พอดี
นักเศรษฐศาสตร์ที่ตอบแบบสำรวจของ Bloomberg พยากรณ์ว่า เศรษฐกิจจีนจะเติบโต 4.5% ในปี 2024 หลังจากขยายตัว 5% ในปีนี้ แต่บางธุรกิจ เช่น พลังงานหมุนเวียน มีศักยภาพในการเติบโตที่น่าสนใจมาก นอกเหนือจากเป้าหมายอันทะเยอทะยานที่จะปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์แล้ว จีนยังมีความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้รัฐบาลขยายขีดความสามารถของระบบพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซนำเข้า
นอกจากนี้ จีนยังมีความตั้งใจว่าจะเป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีสะอาดในอนาคต โดยปัจจุบันจีนได้ขึ้นมาเป็นผู้นำในห่วงโซ่อุปทานมากมายเรียบร้อยแล้ว เห็นได้จากการที่จีนผลิตแร่ธาตุหายากประมาณ 90% ของโลก 80% ของแผงโซลาร์ทุกระยะ และ 60% ของกังหันลมและแบตเตอรี่รถยนต์ อีกทั้งยังครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% สำหรับวัสดุบางอย่างที่ใช้ในแบตเตอรี่และผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม[13]
แต่ถึงแม้ว่าจะยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งในฐานะซัพพลายเออร์ด้านเทคโนโลยีสะอาดของตลาดโลก แต่หุ้นจีนกลับร่วงหนักเมื่อมีการเทขายทั้งตลาด ดังนั้น เมื่อตลาดฟื้นตัว หุ้นเหล่านี้อาจจะให้ผลตอบแทนได้เหนือกว่าค่าเฉลี่ย
สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการคว้าโอกาสจากตลาดที่อยู่ในภาวะซบเซา
นักลงทุนที่มีความประสงค์จะซื้อหุ้นที่ถูกเทขายอาจจะต้องการจัดหาเงินทุนโดยการขอสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่เนื่องจากปัจจุบันสภาพคล่องหายากและธนาคารลังเลไม่อยากปล่อยกู้ ดังนั้นวิธีนี้จึงเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นและต้นทุนต่ำ ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับนำไปลงทุนในโอกาสใหม่ ๆ โดยที่ยังคงได้รับผลตอบแทนอย่างเต็มที่ในกรณีที่ราคาของสินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันปรับตัวสูงขึ้น
เนื่องจากสินเชื่อทั้งหมดค้ำประกันด้วยหุ้นหรือคริปโต EquitiesFirst จึงพร้อมจะขยายสินเชื่อได้มากกว่าสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม รวมทั้งให้เงื่อนไขดีกว่าด้วย ไม่ว่าจะเป็นอัตราส่วนการให้สินเชื่อโดยเทียบกับมูลค่าหลักประกันที่สูงกว่า เกณฑ์การเรียกหลักประกันเพิ่มที่สมเหตุสมผล และอัตราดอกเบี้ยที่น่าดึงดูดใจ
EquitiesFirst มีประวัติการให้ 'สินเชื่อแบบก้าวหน้า' มาอย่างยาวนานถึง 20 ปี รวมทั้งใช้ข้อมูลเชิงลึกและวิจารณญาณค้นหาหุ้นที่ถูกเทขายมากเกินไป และสวนกระแสด้วยการลงทุนในขณะที่หุ้นมีราคาถูก ซึ่งการทำเช่นนี้ จำเป็นต้องใช้แนวทางแบบก้าวหน้าเท่านั้น
[1] https://fortune.com/2023/10/20/sp-500-is-primed-for-a-14-rally-this-year-because-stocks-are-extremely-oversold-piper-sandler-says/
[2] https://www.bnnbloomberg.ca/oversold-china-stocks-poised-for-rebound-technical-charts-show-1.1836764
[3] https://www.bloomberg.com/news/articles/2022-10-25/oversold-china-stocks-poised-for-rebound-technical-charts-show
[4] https://www.bloomberg.com/news/articles/2022-10-25/oversold-china-stocks-poised-for-rebound-technical-charts-show
[5] https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-08-07/china-or-india-how-to-invest-in-the-coming-asia-boom?srnd=markets-magazine-v2
[6] https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-08-07/china-or-india-how-to-invest-in-the-coming-asia-boom?srnd=markets-magazine-v2
[7] https://www.businesstoday.in/markets/market-commentary/story/sensex-nifty-hit-record-highs-clsa-says-market-14-overbought-what-citi-others-say-387402-2023-06-28
[8] https://www.businesstoday.in/markets/market-commentary/story/sensex-nifty-hit-record-highs-clsa-says-market-14-overbought-what-citi-others-say-387402-2023-06-28
[9] https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-08-07/china-or-india-how-to-invest-in-the-coming-asia-boom?srnd=markets-magazine-v2
[10] https://www.reuters.com/breakingviews/global-banks-india-could-soon-be-worth-it-2023-11-07/#:~:text=Of%20course%2C%20India%20only%20looks,about%20one%2Dthird%20the%20size.
[11] https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-08-07/china-or-india-how-to-invest-in-the-coming-asia-boom?srnd=markets-magazine-v2
[12] https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-10-25/china-stimulus-plan-to-make-big-impact-ex-pboc-official-says
[13] https://www.ft.com/content/6d2ed4d3-c6d3-4dbd-8566-3b0df9e9c5c6
