คว้าโอกาสจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสายพันธุ์ใหม่ด้วยสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

ความผันผวนทางเศรษฐกิจพิสูจน์ให้เห็นคุณค่าของการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเช่นหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน สภาพคล่องตึงตัวและอัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะสูงไปจนถึงปี 2024 นักลงทุนจึงต้องมีแหล่งเงินทุนใหม่ ๆ ในการนำมาลงทุนสร้างผลตอบแทน ซึ่งเงินกู้แบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันจาก EquitiesFirst เป็นสินเชื่อแบบก้าวหน้าที่นักลงทุนสามารถนำไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนจากโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวได้

สินทรัพย์กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานเป็นที่ต้องการของนักลงทุนมาตลอดในช่วงตลาดหมี เนื่องจากสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและคาดการณ์ได้ ทั้งยังเป็นธุรกิจที่ผูกขาด ไม่ค่อยมีผู้เล่นรายใหม่ในตลาด[1] และในสภาพเศรษฐกิจอย่างในปัจจุบันที่ปัญหาเงินเฟ้อยังไม่หมดไป สินทรัพย์ที่มักจะอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐเหล่านี้จะสามารถผลักภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นไปให้ผู้บริโภคได้ผ่านการขึ้นราคา

ไม่เพียงเท่านั้น โครงสร้างพื้นฐานยังได้รับแรงหนุนทางประชากรศาสตร์ที่น่าเชื่อถืออย่างยิ่ง เนื่องจากประชากรโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 2 พันล้านคนภายในปี 2050[2] นั่นหมายความว่าจำเป็นต้องสร้างถนน สายไฟ ระบบส่งน้ำใหม่ ๆ เป็นระยะทางรวมกันหลายล้านไมล์ โรงพยาบาล โรงเรียน สนามบิน ท่าเรือ สถานีรถไฟใหม่หลายหมื่นแห่ง รวมไปถึงสินทรัพย์อื่น ๆ อีกมากมายสำหรับบริการด้านโทรคมนาคมและพลังงาน

มุมมองใหม่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

เช่นเดียวกันกับสินทรัพย์ต่าง ๆ ส่วนใหญ่ที่คนเราต้องพึ่งพาในการใช้ชีวิต เดิมทีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมักถูกมองว่าไม่น่าตื่นเต้นและราคาไม่ค่อยปรับตัวขึ้นอย่างหวือหวา แต่ตอนนี้ ถึงเวลาที่เราต้องกลับมาพิจารณามุมมองนี้ใหม่อีกครั้ง เพราะการปฏิวัติด้านพลังงาน ยานยนต์ และระบบดิจิทัล ได้เปลี่ยนโฉมสินทรัพย์กลุ่มนี้ไปอย่างสิ้นเชิงและเตรียมพร้อมให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต[3]

ถึงแม้ว่าการระดมทุนจากแหล่งเงินทุนแบบเก่าจะทำได้ยากขึ้น แต่ก็ยังมีแหล่งเงินทุนทางเลือกแบบก้าวหน้ามาช่วยให้การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทำได้ง่ายขึ้น

เมื่อดูจากสภาพเศรษฐกิจในระดับมหภาคและความไม่แน่นอนทางภูมิศาสตร์การเมือง ถึงแม้ว่านักลงทุนจะมีมุมมองในแง่บวกเกี่ยวกับตลาดตราสารทุนทั่วโลกในอีกสองปีข้างหน้า แต่ถึงอย่างนั้น นักลงทุนก็ยังคงมีแนวโน้มที่จะใช้กลยุทธ์การลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยในปี 2024 สภาวะเหล่านี้ทำให้สินเชื่อแบบไม่จำกัดวัตถุประสงค์การใช้งานจาก EquitiesFirst เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เนื่องจากมอบความยืดหยุ่นให้นักลงทุนคว้าโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นได้เสมอ และที่สำคัญคือ ในระหว่างที่คว้าโอกาสใหม่ ๆ ในการสร้างผลตอบแทนอยู่นั้น นักลงทุนจะยังคงได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่หากสินทรัพย์ที่วางเป็นหลักประกันมีราคาปรับตัวสูงขึ้น

สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อสร้างผลตอบแทนจากโครงสร้างพื้นฐานในเอเชียที่มีโอกาสเติบโตสูงมาก

แม้ว่าจะโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นธีมการลงทุนที่น่าสนใจทั่วโลก แต่คาดว่าจะเติบโตได้มากที่สุดในเอเชีย เนื่องจากประชากรชนชั้นกลางในภูมิภาคนี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว[4] การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และเศรษฐกิจของเอเชียแปซิฟิกจะทำให้ทำให้เกิดความต้องการอย่างยั่งยืนในสินทรัพย์กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานหลายประเภท ตั้งแต่การคมนาคมและเทคโนโลยีพื้นฐาน ไปจนถึงการเดินทางระหว่างประเทศและการรักษาพยาบาล นอกจากนี้ ภูมิภาคนี้ยังต้องการโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มอีกมาก ไม่ว่าจะในภาคอุตสาหกรรม สาธารณูปโภค การจัดการของเสีย พลังงานหมุนเวียน ศูนย์ข้อมูล และบริการด้านการศึกษา

ไม่เพียงเท่านั้น อุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานของเอเชียแปซิฟิกยังมีความหลากหลาย ดังนั้น นักลงทุนจึงมีทางเลือกมากมายในการกระจายความเสี่ยงไปลงทุนในตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่เพื่อให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่ตัวเองยอมรับได้ ในอนาคตอันใกล้ ตลาดเกิดใหม่อย่างอินเดีย จีน และอินโดนีเซีย จะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกโดยเฉลี่ย รวมทั้งมีผู้บริโภคกลุ่มมั่งคั่ง (Mass affluence) เพิ่มขึ้นอย่างมาก ตรงกันข้ามกับสินทรัพย์กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานในตลาดพัฒนาแล้วในภูมิภาคนี้อย่างเช่นออสเตรเลีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำกว่าและให้ผลตอบแทนคงที่มากกว่า[5]

แรงหนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐอเมริกา

สหรัฐอเมริกาเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่โครงสร้างพื้นฐานมีอนาคตสดใสเนื่องจากสภาผ่านกฎหมายโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุน และงาน (Infrastructure, Investment and Jobs Act หรือ IIJA) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศขึ้นมาใหม่ และถูกเรียกว่าเป็น "การลงทุนแห่งยุค" โดยผลกระทบของกฎหมายดังกล่าวเริ่มจะเห็นได้จากบริษัทในประเทศที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน[6]

นอกจากนี้ยังมีแผนการย้ายฐานการผลิตกลับมายังประเทศและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระหว่างเกิดโรคระบาด ซึ่ง "เพิ่งจะส่งผล" ต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตามข้อมูลของ Bryant VanCronkhite ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนอาวุโสของ Allspring Global Investments[7]

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อไม่นานมานี้ สภาสหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมายลดเงินเฟ้อ (Inflation Reduction Act หรือ IRA) และกฎหมายสร้างแรงจูงใจให้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (Creating Helpful Incentives to Produce Semiconductors หรือ CHIPS) ที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับการผลิตและการลงทุนที่สำคัญ ๆ สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงเทคโนโลยีที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรมในประเทศ ทำให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นไปอีก[8]

ช่วงเวลาทองของโครงสร้างพื้นฐานและการจัดหาเงินทุนทางเลือก

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่พันธบัตรให้ผลตอบแทนสูงและตลาดไม่แน่นอน โครงสร้างพื้นฐานที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สร้างความแตกต่างได้เป็นอย่างดี เนื่องจากค่อนข้างปลอดภัยเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มอื่น ๆ อีกทั้งราคายังเติบโตได้มากกว่าในระยะยาวตลอดทั้งรอบเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับพันธบัตร[9]

มีความเป็นไปได้ว่าตลาดหุ้นและคริปโตที่กำลังตกต่ำเนื่องจากนักลงทุนเทขายมากเกินไป (Oversold) จะฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง และมีการลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น ดังนั้น นักลงทุนก็อาจจะอยากจะเก็บผลตอบแทนเอาไว้ในกรณีที่ราคาสินทรัพย์ในพอร์ตปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันมอบโอกาสให้นักลงทุนทำแบบนั้นได้ผ่านข้อตกลงที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถวางหุ้นหรือเหรียญหลักเป็นหลักประกันเพื่อเข้าถึงเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า

เงินกู้ยืมทั้งหมดเป็นสินเชื่อแบบไม่มีสิทธิไล่เบี้ย (Non-recourse) นั่นหมายความว่าหากผู้กู้ผิดนัดชำระ ความรับผิดจะจำกัดอยู่แค่สินทรัพย์ที่นำมาวางเป็นหลักประกันเท่านั้น และที่สำคัญ ข้อตกลงดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อราคาอย่างเป็นสาระสำคัญต่อสินทรัพย์ที่นำมาวางเป็นหลักประกัน เนื่องจากข้อตกลงกำหนดไว้ว่า EquitesFirst จะต้องไม่นำสินทรัพย์เหล่านั้นไปปล่อยกู้เพื่อชอร์ตราคา

ถึงแม้ว่าภาคธุรกิจเทคโนโลยีจะได้รับความสนใจอย่างมากในปี 2023 แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้ถึงทีของหุ้นโครงสร้างพื้นฐานแล้ว[10] และสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันก็จะเป็นสะพานที่พานักลงทุนไปคว้าโอกาสดังกล่าว


[1] https://am.jpmorgan.com/content/dam/jpm-am-aem/global/en/insights/portfolio-insights/the-case-for-private-infrastructure.pdf

[2] https://www.un.org/en/desa/world-population-projected-reach-98-billion-2050-and-112-billion-2100

[3] https://www.mckinsey.com/industries/private-equity-and-principal-investors/our-insights/infrastructure-investing-will-never-be-the-same

[4] https://www.futuresplatform.com/blog/asia-growing-middle-class-reshaping-global-consumption

[5] https://tribeca-files.s3.amazonaws.com/tribecaftp/docs/The-Business-Times-Apac's-infrastructure-opportunity-is-not-just-a-private-affair-TAIF-Susanta-Mazumdar.pdf

[6] https://www.globalxetfs.com/inflation-reduction-act-and-chips-act-likely-to-build-more-momentum-for-u-s-infrastructure/

[7] https://www.reuters.com/markets/us/while-ai-takes-spotlight-infrastructure-stocks-shine-2023-08-04/

[8] https://www.globalxetfs.com/inflation-reduction-act-and-chips-act-likely-to-build-more-momentum-for-u-s-infrastructure/

[9] https://www.franklintempleton.com.hk/en-hk/articles/2023/clearbridge-investments/total-returns-set-infrastructure-apart-from-equities-and-bonds

[10] https://www.reuters.com/markets/us/while-ai-takes-spotlight-infrastructure-stocks-shine-2023-08-04/