19 กุมภาพันธ์ 2568
ภาคเหมืองแร่และทรัพยากรของออสเตรเลียเป็นเสาหลักด้านเศรษฐกิจของประเทศมาโดยตลอด และมีบทบาทสำคัญในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก
ออสเตรเลียเป็นผู้ผลิตลิเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นหนึ่งในห้าผู้ผลิตทองคำ แร่เหล็ก ตะกั่ว สังกะสี และนิกเกิลชั้นนำ[1] ออสเตรเลียครองตำแหน่งประเทศที่มีแหล่งถ่านหินดำใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก และเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมเหมืองแร่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสี่ของโลก[2]
และสำหรับภายในประเทศ การทำเหมืองคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 13.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของออสเตรเลียในปี 2566[3]
ด้วยเหตุนี้ ตลาดหลักทรัพย์ของประเทศจึงได้รับอิทธิพลจากภาคส่วนเหมืองแร่และทรัพยากรที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของออสเตรเลีย ซึ่งมีความหลากหลายและมีสภาพคล่องสูง เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลียให้ความสำคัญกับหุ้นทรัพยากรเป็นหลัก ความผันผวนของความต้องการวัตถุดิบจากทั่วโลกจึงส่งผลต่อผลตอบแทนของตลาดโดยตรง
เมื่อไม่นานมานี้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ในขณะที่ทั่วโลกกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ออสเตรเลียได้หันมาให้ความสนใจแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานมากขึ้น เช่น ลิเทียม นิกเกิล และแร่หายาก
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ก็มาพร้อมกับความผันผวนของตลาดที่ทวีความรุนแรงขึ้น ลิเทียมเคยเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างโดดเด่นในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ แต่กลับทรุดตัวลงกว่า 90% นับตั้งแต่จุดสูงสุดในปี 2565[4] หนึ่งในผลกระทบที่เกิดคือยูเรเนียมได้กลายเป็นที่จับตามองมากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีแนวโน้มอุปสงค์ที่มั่นคงขึ้น ท่ามกลางแนวโน้มการใช้พลังงานนิวเคลียร์ที่เพิ่มขึ้น
แนวโน้มการเติบโตของพลังงานนิวเคลียร์
ออสเตรเลียครอบครองทรัพยากรยูเรเนียมประมาณ 33% ของโลก และเป็นผู้ผลิตรายใหญ่เป็นอันดับสามของโลก รองจากคาซัคสถานและแคนาดา โดยยูเรเนียมเป็นโลหะที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์[5]
ราคายูเรเนียมพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในปีนี้ เนื่องจากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Alphabet, Amazon และ Microsoft กำลังเร่งเจรจาข้อตกลงด้านพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อรองรับความต้องการพลังงานของโครงการปัญญาประดิษฐ์และศูนย์ข้อมูล[6]
หุ้นในกลุ่มพลังงานนิวเคลียร์กำลังได้รับความสนใจในฐานะทางเลือกการลงทุนที่โดดเด่น บริษัทเหมืองยูเรเนียมหลายแห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลียเปิดศักราช 2568 ด้วยผลประกอบการที่มั่นคง ในช่วงสิ้นเดือนมกราคม หุ้นของ Boss Energy พุ่งสูงขึ้นราว 34% ในขณะที่ Paladin Energy เพิ่มขึ้นประมาณ 8% และ Deep Yellow เพิ่มขึ้น 12% นอกจากนี้ นักลงทุนยังมองเห็นถึงโอกาสในการเติบโตอีกมาก[7] เนื่องจากหลายประเทศเดินหน้าสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์ในฐานะเชื้อเพลิงสะอาดทางเลือก ซึ่งอาจผลักดันให้ความต้องการยูเรเนียมเพิ่มสูงขึ้น
การสนับสนุนด้านนโยบายอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างบทบาทของออสเตรเลียในตลาดโลก ในช่วงปลายเดือนธันวาคม พรรคเสรีนิยมที่มีจุดยืนบางประการค่อนไปทางอนุรักษ์นิยม ได้ประกาศให้พลังงานนิวเคลียร์เป็นเสาหลักของนโยบายพลังงาน ก่อนถึงการเลือกตั้งระดับประเทศในปีนี้[8] หากแผนการนี้ประสบความสำเร็จ ก็อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านนโยบายพลังงานและอุตสาหกรรมเหมืองยูเรเนียมของออสเตรเลีย
การกระตุ้นความต้องการในตลาด
การลงทุนในภาคพลังงานนิวเคลียร์อาจเป็นโอกาสที่ดี หากนักลงทุนพร้อมที่จะรับมือกับความผันผวนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
การใช้สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันถือเป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับการลงทุนในหุ้นพลังงานนิวเคลียร์โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการสูญเสียผลกำไรระยะยาวจากการลงทุนที่ถือครองอยู่เดิม ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสในการเติบโตในอนาคต
นอกจากนี้ การใช้สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันยังสามารถช่วยให้นักลงทุนมีสภาพคล่องในการกระจายพอร์ตการลงทุน หรือให้โอกาสในการกลับมาลงทุนในสินทรัพย์หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ท่ามกลางความผันผวนของหุ้นเหมืองแร่ นักลงทุนยังสามารถกลับมาลงทุนซ้ำเชิงกลยุทธ์ในส่วนอื่น ๆ ของอุตสาหกรรมการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน เช่น เทคโนโลยีพลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้ยังคงลงทุนในส่วนสำคัญของตลาดนี้ แต่เป็นในลักษณะที่กระจายความเสี่ยง
การถกเถียงเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ในออสเตรเลียคาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไปในปี 2568 และต่อเนื่องไปถึงอนาคต ตามแผนพลังงานของพรรคเสรีนิยม จะมีการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เจ็ดแห่งในออสเตรเลียภายในปี 2593 โดยคาดว่าโรงไฟฟ้าแห่งแรกจะเริ่มดำเนินการในปี 2579 แม้ว่ายูเรเนียมจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในเศรษฐกิจ ทว่าการทำเหมืองยูเรเนียมยังคงถูกห้ามในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียและควีนส์แลนด์ ซึ่งเป็นแหล่งยูเรเนียมขนาดใหญ่[9]
เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าออสเตรเลียพร้อมที่จะยอมรับพลังงานนิวเคลียร์เป็นส่วนสำคัญของเส้นทางการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวล่าสุดในหุ้นพลังงานนิวเคลียร์ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนพร้อมที่จะวางเดิมพันระยะยาวในภาคส่วนนี้ เครื่องมือเชิงกลยุทธ์ เช่น การใช้สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จะช่วยให้นักลงทุนสามารถคว้าโอกาสที่เหมาะสมได้อย่างมีกลยุทธ์และเป็นรูปธรรม
[1] https://www.trade.gov/country-commercial-guides/australia-mining
[2] https://www.trade.gov/country-commercial-guides/australia-mining
[3] https://www.trade.gov/country-commercial-guides/australia-mining
[4] https://tradingeconomics.com/commodity/lithium
[5] https://stockhead.com.au/resources/how-australias-nuclear-debate-could-hit-renewables-investors/
[6] https://www.fool.com.au/2025/01/06/4-asx-uranium-stocks-to-buy-now-amid-an-exceptionally-positive-outlook-for-nuclear-energy/
[7] https://www.fool.com.au/2025/01/06/4-asx-uranium-stocks-to-buy-now-amid-an-exceptionally-positive-outlook-for-nuclear-energy/
[8] https://www.mining.com/australias-211-billion-nuclear-plan-to-change-uranium-mining/
[9] https://www.mining.com/australias-211-billion-nuclear-plan-to-change-uranium-mining/
