เงินเฟ้อยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัว ส่วนอัตราดอกเบี้ยก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความวิตกกังวลถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย นักลงทุนจึงพุ่งเข้าหาหุ้นปลอดภัยที่สามารถทนทานต่อพายุทางเศรษฐกิจที่กำลังพักโหมกระหน่ำ[1] ซึ่งหลายคนมองว่าหุ้นกลุ่มธุรกิจการแพทย์มีความยืดหยุ่นมากที่สุดในตลาด
บริษัทหลายแห่งในอุตสาหกรรมนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีรายได้แข็งแกร่งกว่าอุตสาหกรรมหลักอื่นๆ ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว รวมไปถึงหุ้นปลอดภัยที่นักลงทุนโปรดปรานอย่างหุ้นสาธารณูปโภคและกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าจำเป็น ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบัน อุตสาหกรรมธุรกิจการแพทย์ยังได้รับแรงเสริมจากเม็ดเงินที่สะพัดในธุรกิจสุขภาพ สุขภาวะ และวัคซีนอันเป็นผลมาจากโรคระบาด และประชากรสูงอายุที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่

ณ วันที่ 30 มิถุนายนของปีนี้ ดัชนี MSCI World Health Care Index มีผลตอบแทนขั้นต้นเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐสูงกว่าดัชนี MSCI World Index ถึง 50% ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2008[2]

ด้วยเหตุนี้ ผลการสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนที่ดำเนินการโดย EquitiesFirst และจัดทำโดย Institutional Investor จึงแสดงให้เห็นว่า 64% ของผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านการลงทุนของสถาบันการเงินระดับโลกคาดว่าหุ้นกลุ่มธุรกิจการแพทย์จะมอบผลตอบแทนได้อย่างแข็งแกร่งในอีกสามปีข้างหน้า
นี่เป็นการสำรวจความคิดเห็นของผู้คนในวงกว้างและให้ข้อมูลเชิงลึกที่แสดงให้เห็นว่านักลงทุนกว่า 300 ราย ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารจัดการสินทรัพย์ มูลนิธิ กองทุนบำเหน็จบำนาญ และกองทุนการกุศล มีท่าทีตอบสนองอย่างไรต่อการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคและภูมิศาสตร์การเมือง
อนาคตสดใสของธุรกิจการแพทย์
รายงานแสดงว่า ภาคอุตสาหกรรมเดียวที่นักลงทุนมองว่ามีอนาคตสดใสกว่าธุรกิจการแพทย์คือภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ในขณะเดียวกันก็มีภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจน้อยมากเนื่องจากอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยสูงและภาวะการเติบโตของเศรษฐกิจชะลอตัว ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์และการเงิน

เหตุผลเบื้องหลังท่าทีเป็นบวกต่อภาคธุรกิจการแพทย์คือ ปัจจัยทางโครงสร้างที่ทำให้ธุรกิจการแพทย์สร้างผลตอบแทนได้เหนือกว่าตลาดในอดีตยังคงแข็งแกร่ง ได้แก่ ประชากรเข้าสู่วัยสูงอายุเร็วขึ้น และมูลค่าการใช้จ่ายในธุรกิจการแพทย์ของประเทศกำลังพัฒนาที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากชนชั้นกลางเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย[3]
การระบาดของโควิด-19 ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เร่งให้เกิดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านอุปกรณ์การแพทย์และยารักษาโรค โดยปัจจุบัน นักวิจัยกำลังสำรวจการใช้ประโยชน์จากวัคซีน mRNA ในการรักษาโรคอื่นๆ อีกมากมาย[4] ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการพัฒนาวิธีการรักษาโรคและอาการอีกหลายพันชนิดที่แต่ก่อนไม่มีทางรักษา ดังนั้นมูลค่าการใช้จ่ายของธุรกิจการแพทย์จึงคาดว่าจะสูงขึ้นไปอีก
แนวโน้มนี้ทำให้เส้นแบ่งระหว่างสองอุตสาหกรรมที่นักลงทุนมักจะจัดกลุ่มให้กับหุ้นธุรกิจการแพทย์ เลือนลางลงเรื่อยๆ ด้านหนึ่งคือธุรกิจเภสัชภัณฑ์ ผู้ให้บริการดูแลรักษาแบบมีการจัดการและผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งถือว่าเป็นหุ้นปลอดภัยที่มีความมั่นคง ในขณะที่บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพและผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพแบบใช้ปัญญาประดิษฐ์ถูกมองว่าเป็นหุ้นที่มีอัตราการเติบโตดีเยี่ยม ซึ่งแต่ก่อนจะทำผลงานได้ไม่ดีนักเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น
เทคโนโลยีเข้ามาพลิกโฉมตลาด
อย่างไรก็ตาม การแบ่งขั้วในลักษณะดังกล่าวอาจจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ในช่วงหลังมานี้ได้พลิกโฉมตลาดไปอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่การพัฒนายาไปจนถึงการดูแลผู้ป่วย[5]
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ แผ้วถางเส้นทางให้กับการรักษาที่ปรับแต่งได้ตามต้องการ[6] ส่วนหุ่นยนต์และเทคนิคการรักษาที่รุกรานร่างกายน้อยลงก็กำลังปฏิวัติการศัลยกรรม[7] ในขณะที่ปัญญาประดิษฐ์และการประมวลผลแบบคลาวด์กำลังขับเคลื่อนบริการแพทย์ทางไกลในประเทศรายได้น้อยและสถานที่ห่างไกล[8]
ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะนวัตกรรมด้านการวินิจฉัยโรคและเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพใหม่ๆ ทำให้แพทย์ตรวจเจอโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ส่วนบิ๊กดาตาและการวิเคราะห์จะเข้ามาสนับสนุนแรงผลักดันในการส่งเสริมความสำคัญของการดูแลรักษาพยาบาลเชิงป้องกัน
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจะต้องเฝ้าระวังแรงต้านของกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ด้วย
หนึ่งในนั้นคือการที่รัฐบาลชะลอการใช้จ่ายด้านการดูแลรักษาพยาบาลลงหลังจากทุ่มงบประมาณมหาศาลไปแล้วในช่วงที่มีการระบาด นอกจากนี้ยังมีคำถามว่า บริษัทยาและเทคโนโลยีการแพทย์จะเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยได้อย่างไรเพื่อให้ดำเนินการงานตามรูปแบบธุรกิจของตนหรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้ เพราะมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูลละเอียดอ่อนไว้เป็นความลับ
นอกเหนือจากนี้ รัฐบาลของหลายประเทศกำลังปฏิรูปตลาดเพื่อให้ยามีราคาย่อมเยาขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ผลกำไรของบริษัทยาลดน้อยลง ในขณะที่ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกก็มีการปรับเปลี่ยน อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์การเมือง และนั่นอาจทำให้ต้นทุนของผู้ผลิตยาสูงขึ้นด้วย
ดังนั้น การเฟ้นหาหลักทรัพย์ที่เหมาะสมจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการลงทุน และนักลงทุนจะมีตัวเลือกหลากหลายในภาคธุรกิจย่อยและธีมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจการแพทย์ และไม่ใช่แค่กลยุทธ์การลงทุนแบบเน้นหุ้นปลอดภัยของบริษัทที่มีความมั่นคงเท่านั้น เพราะนักลงทุนยังสามารถเลือกลงทุนในบริษัทขนาดเล็กและบริษัทเอกชนมากมายที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ และกรณีการใช้งานที่แตกต่างจากเดิม
สำหรับนักลงทุนในหุ้นที่อยากจะเพิ่มผลตอบแทนโดยการเฟ้นหาบริษัทระดับโลก ก็ยังมีการศึกษาของ EquitiesFirst x Institutional Investor ในดัชนี MSCI World Health Care Index ซึ่งประกอบด้วยบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลาง 142 แห่งจาก 23 ประเทศ
ถึงแม้ว่าธุรกิจการแพทย์จะถูกมองว่าเป็นธุรกิจปลอดภัย แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากด้วยเช่นกัน เนื่องจากนวัตกรรมและกฎหมายเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น นักลงทุนจะต้องเตรียมตัวจัดการพอร์ตการลงทุนของตัวเองให้ดี และปรับตัวเข้ากับอุตสาหกรรมและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาให้ทันท่วงที
วิธีหนึ่งที่คุณทำได้คือ เข้าถึงสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เพราะการใช้หลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลักประกัน ช่วยให้นักลงทุนได้รับเงินทุนที่มีเสถียรภาพและคุ้มค่า โดยไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับการนำรายได้ไปใช้ประโยชน์ รวมไปถึงการลงทุนในตราสารทุนในธีมหรือเทคโนโลยีธุรกิจการแพทย์ใหม่ๆ ด้วย นอกจากนี้ โอกาสเหล่านี้ยังเกิดขึ้นเร็วมาก ดังนั้นเงินทุนที่มีความยืดหยุ่นเช่นนี้จะเป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์มากสำหรับนักลงทุนที่มองหาทางรักษาและเพิ่มพูนความมั่งคั่งให้กับตัวเองในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจผันผวน
[1] https://www.wsj.com/articles/investors-flock-to-safety-plays-but-stock-fomo-lingers-f821acbd
[2] https://www.msci.com/documents/10199/c41a73d1-9037-4dbd-a175-703d3bb77ae6
[3] https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-09-02/more-than-1-billion-asians-will-join-global-middle-class-by-2030
[4] https://www.nature.com/articles/s41591-021-01393-8#:~:text=mRNA%20can%20be%20engineered%20not,related%20to%20the%20immune%20system.
[5] https://www.alliancebernstein.com/corporate/en/insights/investment-insights/redefining-offense-and-defense-in-equities-the-evolution-of-technology-and-healthcare.html
[6] https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/30767736/
[7] https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/robotic-surgery/about/pac-20394974
[8] https://www.ft.com/content/cdc166d4-6845-11ea-a6ac-9122541af204
