เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา อนุมัติ 11 กองทุน Spot Bitcoin Exchange-Traded Funds (ETF) และสร้างความสั่นสะเทือนให้กับภาคธุรกิจการเงิน[1] ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้เปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยได้เข้าสู่โลกของคริปโตเคอร์เรนซี
เล่นรายใหญ่อย่างเช่น Fidelity, BlackRock, and Invesco รวมถึงบริษัทที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ดิจิทัล เช่น Grayscale และ Ark Invest ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมในครั้งนี้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย[2] เพราะแค่เพียงวันแรก หุ้นในตลาด Wall Street ก็มีการซื้อขายเป็นมูลค่ากว่า 4.6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนสนใจเครื่องมือทางการเงินเหล่านี้มากเพียงใด[3]
จุดบรรจบกันระหว่าง Bitcoin ETF กับเงินทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินเชื่อที่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน สร้างโอกาสอันดีให้กับทั้งนักลงทุนแบบดั้งเดิมและนักลงทุนคริปโตที่กำลังต้องการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง
เทรนด์โลกเปลี่ยนแปลงและยอมรับ Bitcoin ETF
การรับรองกองทุน Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกาเป็นก้าวสำคัญที่ส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลง โดยแสดงให้เห็นว่าสินทรัพย์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและผันผวนอย่างยิ่งนี้กำลังจะถูกนำมาใช้เป็นสินทรัพย์กระแสหลัก นอกจากนี้ การคว้าโอกาสจาก Bitcoin ผ่านเครื่องมือการลงทุนที่คุ้นเคยยังช่วยให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมืออาชีพมากขึ้น และส่งเสริมให้นักลงทุนเหล่านี้พิจารณาหาสภาพคล่องเพิ่มเติมและจัดสรรเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น ในขณะที่ตลาดกำลังร้อนแรงและความเชื่อมั่นในตลาดอยู่ในระดับแข็งแกร่ง สินเชื่อทางเลือกอย่างเช่นสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันจาก EquitiesFirst เป็นแหล่งเงินทุนที่น่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกเองก็เล็งเห็นความสำคัญของการปฏิวัติวงการดิจิทัล เห็นได้จากการพัฒนากรอบควบคุมมาช่วยปกป้องนักลงทุน ตัวอย่างเช่น รัฐสภายุโรปที่ผ่านกฎหมาย Markets in Crypto-assets (MiCA) Act ในปี 2023 ซึ่งแผ้วเส้นทางให้กับการนำมาตรฐานที่ชัดเจนและสอดคล้องกันมาใช้ในตลาดยุโรปทุกแห่ง[4] ส่วนในเอเชียเองก็มีการผลักดันกรอบกฎหมายที่คล้ายคลึงกัน เช่น การออก "กฎหมายปกป้องผู้ใช้สินทรัพย์เสมือน" ในเกาหลีใต้[5] ในขณะที่ตลาดอื่น ๆ เช่น ฮ่องกงก็กำลังดำเนินการส่งเสริมการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น
ในเดือนธันวาคม 2023 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และฟิวเจอร์ส และองค์การเงินตราฮ่องกงได้ประกาศความพร้อมในการพิจารณาคำขออนุมัติกองทุน Spot Crypto ETF โดยไม่ได้หยุดแค่ Crypto Futures ETF ที่มีอยู่ในปัจจุบัน[6] ซึ่งการที่หน่วยงานภาครัฐเปลี่ยนมาให้การยอมรับ Bitcoin ETF เน้นให้เห็นว่าคริปโตเคอร์เรนซีได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะเครื่องมือการลงทุนที่ชอบด้วยกฎหมาย
คว้าโอกาสใหม่ๆเพื่อรับเงินทุนภาคเอกชน
Bitcoin ETF ช่วยให้นักลงทุนในตลาดที่มีการกำกับดูแลและเข้าถึงได้ สามารถลงทุนใน Bitcoin โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของหรือดูแล Bitcoin ด้วยตัวเอง[7] การครอบครองสินทรัพย์แบบทางอ้อมนี้ช่วยให้นักลงทุนได้รับประโยชน์จากการเติบโตและความผันผวนของ Bitcoin โดยไม่ต้องกังวลกับความซับซ้อนเกี่ยวกับการซื้อและเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลให้ปลอดภัย
นอกจากนี้ การที่ Bitcoin ETF สามารถเข้าถึงได้อย่างแพร่หลายก็ช่วยดึงดูดเงินทุนภาคเอกชนมูลค่ามหาศาลจากนักลงทุนสถาบัน สำนักงานครอบครัว และบุคคลที่มีความมั่งคั่งสูงที่ต้องการกระจายการลงทุนด้วย ความน่าสนใจอยู่ที่การรวม Bitcoin ETF ไว้ในกลยุทธ์การลงทุน แนวทางการบริหารความเสี่ยง และข้อกำหนดการกำกับดูแลที่มีอยู่เดิมได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนคุ้นเคยกันอยู่แล้ว
ปัจจุบัน นักลงทุนที่ระวังตัวไม่อยากลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีโดยตรง สามารถก้าวสู่โลกของคริปโตด้วยความมั่นใจมากขึ้นผ่านกรอบควบคุมที่เป็นระบบและกฎหมายกำกับดูแลของ ETF ที่พวกเขาเคยชิน
สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันปลดล็อกคุณค่าของสินทรัพย์ดิจิทัล
EquitiesFirst บริษัทชั้นนำผู้ให้สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันที่ไม่มีสิทธิไล่เบี้ย ยอมรับศักยภาพของสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin และ Ethereum มาโดยตลอด โดยสกุลเงินดิจิทัลทั้งสองเป็นคริปโตเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุด[8] และด้วยสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันของ EquitiesFirst นักลงทุนจะได้รับสภาพคล่องโดยไม่ต้องขายหลักทรัพย์ในพอร์ต ทั้งยังปกป้องตัวเองจากความผันผวนของตลาดในภาพรวมด้วย
กรอบแนวคิดแบบนี้ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงเงินทุน ทั้งยังได้รับผลตอบแทนในกรณีที่มูลค่าของหลักทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นหลังจากระยะกู้ยืมสิ้นสุดลง ไม่เพียงเท่านั้น อัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าโดยทั่วไปยังสูงกว่า 60% นักลงทุนจึงเพิ่มความยืดหยุ่นได้เต็มที่ และวางกลยุทธ์ใช้ประโยชน์จากมูลค่าของสินทรัพย์ในพอร์ต เพื่อคว้าโอกาสจากตลาดคริปโตที่พัฒนาอย่างรวดเร็วและไม่เคยหยุดนิ่ง
ผลิตภัณฑ์สินเชื่อแบบใหม่นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโมเดลสินเชื่อแบบดั้งเดิมกับตลาดคริปโตที่กำลังเฟื่องฟู โดยส่งเสริมให้ทั้งนักลงทุนและผู้ให้บริการสินเชื่อภาคเอกชนอย่าง EquitiesFirst ได้ประโยชน์ร่วมกัน ถึงแม้ว่ายังมีข้อพิจารณาเกี่ยวกับกฎหมายข้อบังคับ แต่ว่าการมาบรรจบกันของ Bitcoin ETF และเงินทุนภาคเอกชนจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในตลาดการเงินที่เต็มไปด้วยศักยภาพและปรับตัวได้ดีเยี่ยม
เมื่อนักลงทุนและบริษัทเงินทุนเอกชนอ้าแขนต้อนรับแนวทางใหม่นี้ พวกเขาจะสามารถยืนหยัดอยู่แถวหน้าในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการเงินได้
[1] https://www.sec.gov/news/statement/gensler-statement-spot-bitcoin-011023
[2] https://www.wsj.com/livecoverage/stock-market-today-cpi-report-inflation-01-11-2024/card/bitcoin-etfs-here-are-the-tickers-to-watch-kjlkjI4pKrQfrbOo5co9
[3] https://www.bloomberg.com/news/articles/2024-01-11/bitcoin-etf-trading-volumes-soar-in-ground-breaking-first-day
[4] https://www.cnbc.com/2023/04/20/eu-lawmakers-approve-worlds-first-comprehensive-crypto-regulation.html
[5] https://www.ledgerinsights.com/korea-crypto-legislation-protect-consumers/
[6] https://www.theblock.co/post/268981/hong-kong-says-its-ready-to-accept-spot-crypto-etf-applications
[7] https://www.coindesk.com/learn/2024/01/11/bitcoin-etfs-explained-what-are-they-how-do-they-work/
[8] https://coinmarketcap.com
