EquitiesFirst เปิดเผยความมุ่งมั่นของหน่วยงานกำกับดูแลระดับโลก เพื่อการปกป้องระบบการเงินต่อความเสี่ยงที่เป็นระบบ รวมทั้งเรื่องอื้อฉาวและการฉ้อฉลขององค์กร
วิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2551 ทำให้ทุกฝ่ายประจักษ์ว่าการบริหารความเสี่ยงอย่างไร้ประสิทธิภาพในภาคการเงินจะส่งผลกระทบอย่างแท้จริงต่อความเป็นอยู่และธุรกิจในภาคเศรษฐกิจจริง
การล่มสลายของตลาดสินเชื่อซับไพรม์ในสหรัฐฯ ตามด้วยการพังทลายจากการล้มละลายของ Lehman Brothers ได้กระตุ้นให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก โดยในวิกฤติดังกล่าวหากนับเฉพาะชาวอเมริกันเพียงกลุ่มเดียวก็คิดเป็นการสูญเสียความมั่งคั่งถึง 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และภาวะเศรษฐกิจถดถอยยังทำให้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศทั่วโลกเกิดความสูญเสียเกือบ 4% ตามรายงานของ Moody's Analytics.[1]
เมื่อเร็วๆ นี้ ภาวะหนี้สินที่เพิ่มพูนในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนตกเป็นเป้าสายตาของทั่วโลก วาณิชธนกิจอย่าง Nomura ประเมินว่า ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของจีนมีภาระหนี้สินสูงถึง 5.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกว่าครึ่งมาจากเงินกู้ยืมธนาคาร[2]
ทั่วโลกต่างมีความตั้งใจที่จะป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติซ้ำดังเช่นในปี 2551 และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ระบบการเงินอีกครั้ง จนนำไปสู่การมุ่งเน้นเรื่องการลดความเสี่ยงมาอย่างต่อเนื่อง แต่กรณีของ Wirecard ไล่มาจนถึง Archegos และ Evergrande ได้แสดงให้เห็นว่า โลกของเราไม่ได้ก้าวพ้นเรื่องอื้อฉาวทางการเงินได้มากเท่าใดเลย
ดังนั้นเพื่อเป็นการปกป้องระบบการเงินและภาคเศรษฐกิจจริงที่ได้รับผลกระทบโดยตรง หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกจึงรุกคืบเพื่อติดตามความเสี่ยงทางการเงินและดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ความเสี่ยงดังกล่าวสะสมจนลุกลามไปทั่วระบบหรือในถุงเงินใบหนึ่งใบใด
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังปี 2551 ก็คือ การกำหนดให้ธนาคารต่างๆ ต้องกันเงินทุนสำรองให้มากขึ้นต่อทุกดอลลาร์ที่ให้กู้ยืม ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงที่ธนาคารอีกแห่งหนึ่งจะพังลงหรือต้องใช้เงินของผู้จ่ายภาษีเพื่อช่วยให้รอดพ้นปัญหา
ที่ผ่านมาได้มีการปฏิรูปหลักเกณฑ์ Basel ว่าด้วยอัตราส่วนการให้กู้ยืมต่อเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET1) สำหรับธนาคารระหว่างประเทศขนาดใหญ่ โดยเพิ่มขึ้นเกือบ 3% ในช่วงปี 2556 ถึง 2562 ตามข้อมูลจากคณะกรรมการดูแลเสถียรภาพทางการเงิน(ดูแผนภูมิประกอบ)[3]. ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเงินกองทุนส่วนเพิ่มที่เข้มแข็งขึ้นได้ช่วยให้ระบบธนาคารเกิดเสถียรภาพ แม้เกิดการระบาดของโควิด-19 ในช่วงต้นปี 2563 ก็ตาม

ความเชื่อมั่นและความซื่อสัตย์
ภายหลังกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการบิดเบือนอัตราดอกเบี้ยสำคัญและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ก็ได้มีการปฏิรูปอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสำหรับเงินให้สินเชื่อทั่วไปเพื่อให้เกิดความโปร่งใสยิ่งขึ้น จนส่งผลให้มีการยุติการใช้ LIBOR ไปในที่สุดเมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมา ทั้งที่เคยใช้อ้างอิงกันอย่างกว้างขวางกับเงินกู้ที่ใช้อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวก่อนหน้านี้
นอกจากนี้บริษัทและบุคลธรรมดาต้องผ่านกระบวนการรู้จักลูกค้าอันเข้มงวดก่อนที่จะได้รับอนุมัติให้ทำธุรกรรมกับสถาบันการเงิน การพิจารณาอันละเอียดขึ้นดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องความน่าเชื่อถือของระบบการเงิน โดยป้องกันการฟอกเงิน การละเมิดการคว่ำบาตร และการสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ก่อการร้าย
การยกระดับมาตรการด้านการบริหารความเสี่ยงดังกล่าวได้ช่วยเสริมสร้างรากฐานการฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยเมื่อปี 2551 อย่างไรก็ดีการสูญเสียความเชื่อมั่นของสาธารณชนจากกรณีวิกฤติการเงินโลกต้องได้รับการฟื้นฟูให้กลับคืนดังเดิมในภาคการเงิน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเปลี่ยนเงินฝากให้กลายเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างผลิตผลเช่นเดิม
เมื่อปี 2562 องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ระบุว่า ความน่าเชื่อถือของตลาด ความโปร่งใส และการกำกับดูแลอย่างเหมาะสม ถือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญในการฟื้นคืนความศรัทธาในระบบการเงิน โดยกล่าวว่า "พฤติกรรมของสถาบันการเงินและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการรักษาความเชื่อมั่นของสังคมที่มีต่อตลาดและช่วยสร้างองค์ประกอบที่เด่นชัดซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจของนักลงทุน”[4]
พันธมิตรระยะยาว
ที่ EquitiesFirst เรายึดถือความซื่อสัตย์และการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดเป็นหัวใจของธุรกิจ
เราดำเนินกิจการในศูนย์กลางการเงินระดับโลกทั้งในสหราชอาณาจักร ฮ่องกง และออสเตรเลีย และอยู่ภายใต้มาตรฐานการกำกับดูแลอันเข้มงวด ทั้งนี้ EquitiesFirst และสำนักงานระดับภูมิภาคทุกแห่งได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลในหลายเขตอำนาจกฎหมาย
เรายึดมั่นที่จะช่วยป้องกันการฟอกเงิน การฉ้อฉล การสร้างราคาหลักทรัพย์หรือการปั่นหุ้น และพฤติกรรมผิดกฎหมายรูปแบบอื่นใดในตลาดตราสารทุน กระบวนการตามกฎระเบียบข้อบังคับของเราเริ่มต้นที่การตรวจสอบขั้นต้นอย่างครอบคลุมตั้งแต่การสมัคร ซึ่งกำหนดให้ผู้กู้ยืมที่สนใจต้องส่งมอบเอกสารส่วนตัวและเอกสารบริษัทโดยละเอียด
ฐานะอันเป็นเอกชนของ EquitiesFirst ยังช่วยปกป้องเสถียรภาพด้านเงินทุนของเรา เราไม่ได้พึ่งพาแหล่งเงินทุนหรือวงเงินให้สินเชื่อจากภายนอกซึ่งอาจถูกเพิกถอนไปในยามเกิดวิกฤติ และเราไม่ได้บริหารเงินทุนให้แก่นักลงทุนภายนอก
We have also invested in our own in-house research capabilities to help ensure full vetting of every เรายังลงทุนด้านศักยภาพการศึกษาวิจัยเป็นการภายใน เพื่อให้สามารถตรวจสอบโอกาสทั้งหมดได้อย่างครบถ้วนและบริหารหลักประกันได้อย่างระมัดระวังที่สุด เราให้กู้ยืมโดยใช้หุ้นเป็นหลักประกันเฉพาะหลังจากผ่านการวิเคราะห์พื้นฐานและทางเทคนิคโดยละเอียด และเราจัดสรรพอร์ตการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงในหลายภาคธุรกิจและภูมิศาสตร์เพื่อบรรเทาความเสี่ยงของตลาดในวงกว้าง
ตลาดการเงินมีช่วงแห่งความผันผวนโดยตลอด แต่เราเชื่อว่าการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดทั้งระดับเศรษฐกิจมหภาคและระดับสถาบัน จะช่วยให้ตลาดเกิดเสถียรภาพและอยู่ในความเรียบร้อยแม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากก็ตาม เรื่องดังกล่าวถือเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นของหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก และสำหรับ EquitiesFirst ด้วยเช่นกัน
[1] https://www.washingtonpost.com/business/economy/a-guide-to-the-financial-crisis--10-years-later/2018/09/10/114b76ba-af10-11e8-a20b-5f4f84429666_story.html
[2] https://www.wsj.com/articles/beyond-evergrande-chinas-property-market-faces-a-5-trillion-reckoning-11633882048#:~:text=Nomura%20estimated%20that%20as%20of,many%20of%20them%20junk%2Drated.
[3] https://www.fsb.org/wp-content/uploads/P130721.pdf
[4] https://www.oecd-ilibrary.org/finance-and-investment/oecd-business-and-finance-outlook-2019_af784794-en
