กระจายความเสี่ยงให้กับการลงทุนในพลังงานท่ามกลางปัญหาอุปทานและเป้าหมายด้านสภาพอากาศ

พลังงานแบบดั้งเดิมเป็นภาคธุรกิจที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในปี 2021 ในดัชนี Standard & Poor’s 500 โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 48% หลังจากซบเซาติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปี เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและความต้องการใช้งานเชื้อเพลิงลดลงอย่างฉับพลันในปี 2020 จากโรคระบาด

การบุกยูเครนของรัสเซียยิ่งทำให้มูลค่าหุ้นถีบตัวสูงขึ้นต่อไปในปีนี้ ดังนั้น ภาคธุรกิจพลังงานจึงกลายเป็นอุตสาหกรรมเด่นท่ามกลางตลาดที่กำลังถูกกดดันด้วยเงินเฟ้อ การขึ้นอัตราดอกเบี้ย และความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่กำลังจะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าราคาน้ำมันจะขยับไปในทิศทางใด

เพราะทางหนึ่ง กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ซบเซาลงอาจทำให้ความต้องการใช้พลังงานลดลง ส่วนอีกด้านหนึ่ง ราคาก็อาจจะดีดตัวสูงขึ้นหากรัสเซียส่งออกน้ำมันน้อยลงและความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเมื่อประเทศจีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และอุณหภูมิในหน้าร้อนทำให้สหรัฐอเมริกาต้องเพิ่มการใช้พลังงาน

นอกจากนี้ บริษัทน้ำมันยังต้องเผชิญกับแรงกดดันในส่วนของผลกำไรเนื่องจากรัฐบาลของหลายประเทศในยุโรปเริ่มเรียกเก็บภาษีลาภลอยจากผลกำไร จากแรงกดดันให้ดำเนินการตามรอยสหรัฐอเมริกา[1]

ถึงแม้ว่าบางประเทศจะรับมือกับความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงด้านพลังงานระหว่างสงครามรัสเซีย-ยูเครนโดยการลงทุนในเชื้อเพลิงฟอสซิลมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ่านหิน[2] แต่ยังมีอีกหลายประเทศที่ใช้แนวทางแบบพึ่งตัวเองโดยเน้นให้ความสำคัญกับพลังงานหมุนเวียน[3]

วัฏจักรเปลี่ยนผัน

หุ้นเชื้อเพลิงฟอสซิลพุ่งสูงในปีที่ผ่านมา แต่หุ้นพลังงานหมุนเวียนกลับตรงกันข้าม

มูลค่าของหุ้นพลังงานสะอาดทำสถิติสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 เนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองในแง่บวกเกี่ยวกับอนาคตของภาคอุตสากรรมภายใต้ยุทธศาสตร์ "Build Back Better" ของประธานาธิบดี Biden แต่เมื่อแผนของฝ่ายบริหารชุดใหม่เผชิญกับแรงต้านทางการเมือง "กระแสของ Biden" ก็ค่อยๆ ซาลง ในขณะที่มูลค่าหุ้นพลังงานสะอาดก็เริ่มตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยทำผลงานได้ต่ำกว่า S&P 500 อย่างมากในปี 2021[4]

ในช่วงต้นปี 2022 หุ้นกลุ่มนี้ก็ยิ่งดิ่งหนัก เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นในบริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว การเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเป็นข้อกังวลหลักๆ ของภาคธุรกิจพลังงานหมุนเวียน เนื่องจากบริษัทพลังงานสะอาดมีแนวโน้มที่ใช้สินเชื่อมากกว่าผู้ผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล[5]

อย่างไรก็ตาม ความต้องการและการลงทุนในพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ การจัดเก็บพลังงาน เซลล์เชื้อเพลิง และระบบจ่ายกระแสไฟฟ้ายังเติบโตอย่างแข็งแกร่งในสหรัฐฯ และทั่วโลก ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนในหุ้นจะกลับมาให้ความสนใจธุรกิจพลังงานสะอาดในอีกไม่ช้า ที่จริงแล้ว นักลงทุนที่มีมุมมองในระยะยาวไม่เคยทิ้งภาคธุรกิจนี้ไปเลยในปี 2021 เห็นได้จากมูลค่าการลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีสะอาดโดยรวมที่ทำสถิติสูงสุดในปีที่ผ่านมา ซึ่งนี่คือข้อมูลจาก BloombergNEF และ Pitchbook[6]

ข้อมูลของ International Energy Agency ระบุว่า ในปี 2022 การลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนที่กำลังพัฒนาซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าและจีน คาดว่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักๆ ที่ทำให้การลงทุนในภาคธุรกิจพลังงานทั่วโลกมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 8% มาอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ[7] เป็นข้อมูลที่น่าสนใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เกือบครึ่งของตัวเลขโดยรวมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมานี้เป็นผลมาจากการที่ห่วงโซ่อุปทานตึงตัว รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมา ทั้งค่าแรง บริการ และวัสดุต่างๆ เช่น ซีเมนต์ เหล็กกล้า และวัสดุที่สำคัญ

ภาคธุรกิจที่จะมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นมากที่สุด ได้แก่ เทคโนโลยี เช่น แบตเตอรี่ ไฮโดรเจนที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำ รวมไปถึงเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน โดย IEA คาดว่า การลงทุนในเทคโนโลยีจัดเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่จะเพิ่มขึ้นสองเท่าในปี 2022 โดยมีมูลค่าอยู่ที่เกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยังไม่นับรวมเทคโนโลยีอื่นๆ

บริษัทพลังงานแบบดั้งเดิมเองก็ได้รับผลดีจากไฮโดรเจนสะอาดเช่นกัน สเปนพยายามจะเป็นศูนย์กลางของยุโรป[8] ด้านเชื้อเพลิงที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ในขณะที่บริษัทน้ำมันและก๊าซยักษ์ใหญ่ของอังกฤษอย่าง BP ก็ซื้อหุ้นจำนวนมากในโครงการของออสเตรเลียที่อาจจะกลายมาเป็นหนึ่งในศูนย์การผลิตพลังงานหมุนเวียนและไฮโดรเจนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

หลากหลายเส้นทางการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด

การที่ BP หันมาผลักดันไฮโดรเจนสะอาดแสดงให้เห็นว่า นักลงทุนไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่กับบริษัทที่ทำธุรกิจพลังงานหมุนเวียนล้วนๆ เพื่อจะลงทุนในกระแสการเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด แต่สามารถเข้าไปซื้อหุ้นในบริษัทสาธารณูปโภคที่มีเงินสดเหลือเฟือ รวมถึงบริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบดั้งเดิมที่ลงทุนในพลังงานหมุนเวียนได้เช่นกัน[9]

ปัจจุบัน การลงทุนในพลังงานสะอาดคิดเป็นสัดส่วน 5% ของค่าใช้จ่ายส่วนทุนของบริษัทน้ำมันและก๊าซทั่วโลก ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 1% ในปี 2019 ซึ่งราคาน้ำมันที่พุ่งสูงทำให้บริษัทน้ำมันและก๊าซมีเงินในมือเพียงพอที่จะใช้มาตรการที่แข็งกร้าวมากขึ้นในการเปลี่ยนทิศทางการดำเนินงานของตัวเอง

IEA คำนวณว่า รายได้รวมกันของภาคธุรกิจน้ำมันและก๊าซทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 ซึ่งคิดเป็นสองเท่าของมูลค่าเฉลี่ย 5 ปี ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นมานี้มอบโอกาสอันหาได้ยากให้กับบริษัทเหล่านี้ในการเร่งกระจายความเสี่ยงไปยังแหล่งพลังงานที่มีความยั่งยืนก่อนที่เชื้อเพลิงฟอสซิลจะหมดไป

ผู้ที่ลงทุน ในบริษัทพลังงานแบบดั้งเดิมเองก็สามารถสำรวจดูว่า ราคาน้ำมันและก๊าซที่ถีบตัวขึ้นมานี้จะช่วยพวกเขาเตรียมพอร์ตการลงทุนให้พร้อมสำหรับอนาคตที่มีการเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนได้อย่างไร การนำหลักทรัพย์ที่ถืออยู่มาเปลี่ยนให้เป็นเงินโดยใช้สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันสามารถช่วยได้ในกระบวนการนี้

หนทางสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ทำได้หลายวิธี เช่นเดียวกับแนวทางการลงทุนเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น ซึ่งสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันจะมอบความยืดหยุ่นให้นักลงทุนสามารถทำตามเส้นทางที่เหมาะกับพอร์ตการลงทุนของตัวเองมากที่สุด


[1] https://www.bloomberg.com/news/articles/2022-06-15/progressives-demand-that-big-oil-pay-with-windfall-profits-tax#xj4y7vzkg

[2] https://www.iea.org/news/record-clean-energy-spending-is-set-to-help-global-energy-investment-grow-by-8-in-2022

[3] https://www.ey.com/en_gl/news/2022/05/energy-security-concerns-reinforce-government-focus-on-renewable-energy-programs

[4] https://www.spglobal.com/marketintelligence/en/news-insights/latest-news-headlines/renewables-stocks-poised-to-bounce-back-in-2022-even-without-federal-aid-68420970

[5] https://www.iea.org/articles/the-cost-of-capital-in-clean-energy-transitions

[6] https://www.bloomberg.com/news/newsletters/2022-01-19/battered-clean-energy-stocks-may-soon-recover

[7] https://www.iea.org/news/record-clean-energy-spending-is-set-to-help-global-energy-investment-grow-by-8-in-2022

[8] https://www.ft.com/content/fe9086de-61e7-4d37-9b8c-56f6eaa0c950

[9] https://www.fool.com/investing/2021/08/21/forget-pure-plays-heres-the-diversified-way-to-inv/