ปี 2024 เริ่มต้นขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่าในปีนี้ ทั่วโลกกำลังจะมีการเลือกตั้งครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะเป็นการเลือกตั้งคัดเลือกผู้แทนของประชากรโลกเกือบครึ่งหนึ่ง คิดเป็นสัดส่วนผลผลิตทางเศรษฐกิจกว่า 60% ของโลกและสร้างผลกระทบต่อ GDP มหาศาล สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือตลาดการเงินจะมีความผันผวนมากขึ้น[1] การเปลี่ยนแปลงในทางภูมิศาสตร์เศรษฐกิจคาดว่าจะกินเวลายาวนาน[2] และจะส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนขึ้น แรงกดดันด้านสภาพคล่องท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้นักลงทุนและธุรกิจต่าง ๆ ต้องประเมินพอร์ตการลงทุนและกลยุทธ์ทางการเงินของตัวเองใหม่เพื่อเตรียมพร้อมล่วงหน้า
ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองต่อตลาดทุนและหุ้นนอกตลาด
การเลือกตั้งย่อมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามมาอยู่แล้ว และจะมีอิทธิพลอย่างมากต่อตลาดทุนและหุ้นนอกตลาด นอกจากนี้ยังมีความเป็นได้เล็กน้อยที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับนโยบายงบประมาณ การเงิน ภาษี และการกำกับดูแล ซึ่งนี่จะยิ่งเพิ่มความผันผวนให้กับตลาด ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือ นักลงทุนต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และต้องการสร้างสภาพคล่องที่มีความยืดหยุ่นและปลอดภัย ในขณะเดียวกันก็ต้องประเมินระดับการยอมรับความเสี่ยงและกลยุทธ์การลงทุนของตัวเอง พวกเขาจะติดตามพัฒนาการทางการเมืองเหล่านี้อย่างใกล้ชิด และหาข้อมูลเชิงลึกที่จะทำให้มองเห็นอนาคตทางเศรษฐกิจในภาพกว้างมากขึ้นและนำมาใช้ในการตัดสินใจ
ทว่าบางคนกลับมองว่าความผันผวนของตลาดดังกล่าวเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากอุตสาหกรรมที่ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร แต่เนื่องจากเข้าถึงแหล่งเงินทุนแบบดั้งเดิมผ่านธนาคารได้จำกัด อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการกู้ยืมก็เพิ่มสูงขึ้น[3] นักลงทุนจึงหันมาหาแหล่งเงินทุนสร้างสภาพคล่องทางเลือก เช่น สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันจากผู้ให้บริการสินเชื่อเอกชนอย่าง EquitiesFirst และในขณะที่ธนาคารยังคงใช้นโยบายทางการเงินแบบตึงตัว แหล่งเงินทุนจากภาคเอกชนจึงอาจจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงมากขึ้น
ลงทุนในตลาดเกิดใหม่และประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund, IMF) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตขึ้นไม่เกิน 3.0% ในปี 2024[4] ข้อมูลคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2024 ของ S&P กล่าวว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงและสภาพเงื่อนไขทางการเงินที่ฝืดเคืองและตึงตัวมากขึ้น เป็นปัจจัยที่ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายสูงขึ้น[5] สิ่งนี้ตอกย้ำความจำเป็นของสภาพคล่องที่มีความยืดหยุ่นจากภาคเอกชน เนื่องจากนักลงทุนมองหาทางสร้างมูลค่าท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เติบโตไม่เท่ากัน
ถึงแม้จะมีการคาดการณ์ว่าการเติบโตของ GDP จะซบเซาในตลาดพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาและโซนยุโรป แต่ตลาดเกิดใหม่หลัก ๆ และเอเชียแปซิฟิกกลับให้ผลตอบแทนสูงกว่า[6] ทำให้ภูมิภาคเหล่านี้กลายเป็นจุดหมายของนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ ทิศทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปนี้เปิดทางให้นักลงทุนเลือกใช้แนวทางที่มีวิสัยทัศน์ โดยหันมาลงทุนในภูมิภาคที่มีอนาคตสดใสและทิศทางการเติบโตที่ดี
ท่ามกลางการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ประเทศกำลังพัฒนาอย่างอินเดียและอินโดนีเซียกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงและโลกาภิวัฒน์ครั้งสำคัญ ตัวอย่างเช่น อินโดนีเซียกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การทำเหมืองและการผลิตนิกเกิล ไปจนถึงการสร้างและส่งออกยานพาหนะอิเล็กทรอนิกส์[7] Narendra Modi มองว่าอินเดียเป็นแหล่งขับเคลื่อนการผลิตเทคโนโลยีชั้นสูง เนื่องจากผลิตไมโครชิปและสมาร์ทโฟนส่งออกไปทั่วโลก[8] นักลงทุนเองก็ใช้ประโยชน์จากความแตกต่างภายในภูมิภาค โดยปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะกับการคาดการณ์ทิศทางทางเศรษฐกิจเหล่านี้ และคว้าโอกาสสร้างกำไรมหาศาลในตลาดเกิดใหม่ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อทางเลือกอย่างสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน อาจจะเป็นวิธีที่ยืดหยุ่นในการเข้าถึงเงินทุน โดยที่ยังคงได้รับประโยชน์ในกรณีที่ราคาหลักทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้น
คว้าโอกาสด้วยสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
ในยุคสมัยที่เศรษฐกิจผันผวน นักลงทุนต่างก็ต้องการกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งมาบรรเทาความเสี่ยงและรักษาสภาพคล่องของตัวเอง สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ถือหุ้นระยะยาวและนักลงทุน เพราะเป็นสินเชื่อแบบไม่มีสิทธิไล่เบี้ยและไม่กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินทุน รวมถึงป้องกันความเสี่ยงในกรณีที่หลักทรัพย์มีมูลค่าลดลง ไม่เพียงเท่านั้นยังป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนด้วยกรอบข้อบังคับของ EquitiesFirst ที่มีความปลอดภัยและสอดคล้องกับความจำเป็นในการลดความเสี่ยง มอบเครื่องมือที่มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพในการเข้าถึงเงินทุนให้กับนักลงทุน
ปี 2024 เริ่มต้นขึ้นด้วยโอกาสและความท้าทายมากมาย กลยุทธ์ทางการเงินที่สามารถปรับให้เข้ากับสถานการณ์จึงทวีความสำคัญยิ่งขึ้น ในสภาพตลาดที่มีความซับซ้อน คนที่สามารถใช้กลยุทธ์กระจายความเสี่ยงและมีเครื่องมือจัดหาเงินทุนที่ยืดหยุ่น จะสร้างความมั่งคั่งได้อย่างแน่นอนในปีแห่งการเลือกครั้งสำคัญนี้ และด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันของ EquitiesFirst จะ สร้างความคุ้มค่าได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งสร้างประโยชน์มากมายให้กับนักลงทุน โดยเป็นแรงสนับสนุนให้กับคนที่ต้องการสภาพคล่องที่มีความยืดหยุ่นมาสร้างผลตอบแทนจากแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นและความผันผวนในตลาด
[1] https://www.bloomberg.com/graphics/2024-global-election-watch-on-economic-market-issues/
[2] https://www.bloomberg.com/graphics/2024-global-election-watch-on-economic-market-issues/
[3] https://www2.deloitte.com/us/en/insights/industry/financial-services/financial-services-industry-outlooks/banking-industry-outlook.html
[4] https://www.imf.org/en/Publications/WEO/Issues/2023/07/10/world-economic-outlook-update-july-2023#:~:text=The%20global%20recovery%20is%20slowing,in%20both%202023%20and%202024.
[5] https://www.spglobal.com/marketintelligence/en/mi/research-analysis/top-10-economic-predictions-for-2024.html
[6] https://www.spglobal.com/_assets/documents/ratings/research/101590414.pdf
[7] https://www.economist.com/leaders/2024/01/04/can-india-indonesia-and-saudi-arabia-be-the-next-great-economies
[8] https://www.economist.com/leaders/2024/01/04/can-india-indonesia-and-saudi-arabia-be-the-next-great-economies
