เงินทุนจากธนาคารและบริษัทร่วมทุนไม่เพียงพอในการสร้างนวัตกรรมลดโลกร้อน

การคาดการณ์ว่าโลกของเราจะผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่าถ่านหินภายในปี 2025 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างอนาคตที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ[1]

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่จำเป็นต้องทำให้เข้าที่เข้าทาง เราจึงจะสามารถลดการปล่อยคาร์บอนอย่างได้ผล องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency หรือ IEA) ระบุว่าการปล่อยคาร์บอนที่ลดลงประมาณ 35% ภายในปี 2050 จะเป็นผลมาจากเทคโนโลยีต่างๆ ที่ยังไม่ได้นำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์[2]

ด้วยเหตุนี้ การยกระดับเทคโนโลยีลดโลกร้อนจึงเป็นโอกาสการลงทุนแบบองค์รวม แต่การหาทุนให้กับโมเดลธุรกิจแบบใหม่นี้ยังคงเป็นเรื่องยากเนื่องจากมีต้นทุนสูง ตัวอย่างเช่น เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืนมีราคาแพงกว่าเชื้อเพลิงเจ็ทธรรมดาประมาณ 2.5 เท่า[3] หรือไฮโดรเจนสีเขียวที่ผลิตด้วยกระบวนการแยกน้ำด้วยไฟฟ้า (Electrolysis) และใช้พลังงานหมุนเวียน ปัจจุบันมีราคาแพงกว่าไฮโดรเจนสีเทาที่ผลิตจากก๊าซธรรมชาติและปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 12 เท่า[4]

มีการคาดการณ์ว่าต้นทุนเหล่านี้จะลดลงอย่างรวดเร็วในอนาคตเนื่องจากการเติบโตของเทคโนโลยี ตัวอย่างเช่น BloombergNEF คาดการณ์ว่าไฮโดรเจนสีเขียวจะมีราคาถูกกว่าไฮโดรเจนสีเทาในพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกภายในปี 2035[5]

สะท้อนให้เห็นทิศทางของพลังงานหมุนเวียน ปัจจุบันต้นทุนเฉลี่ยของพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมบนชายฝั่งแบบถ่วงน้ำหนักทั่วโลกลดลงถึง 89% และ 69% ตามลำดับระหว่างปี 2010 ถึง 2022[6] ต้นทุนที่ลดลงอย่างมากในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาทำให้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมสามารถแข่งขันกับเชื้อเพลิงฟอสซิลได้

ภาพที่ 1: ต้นทุนของพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ถ่านหิน และก๊าซจากฟอสซิล

ที่มาของรูปภาพ:https://cleantechnica.com/2023/09/01/the-energy-technology-revolution-will-drive-renewable-energy-prices-even-lower/

แต่การขยายธุรกิจจนสามารถลดต้นทุนได้ขนาดนั้นจำเป็นต้องมีกระแสเงินลงทุนจำนวนมหาศาลไหลเข้าสู่ภาคธุรกิจ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น

จัดสรรเงินทุนให้กับเทคโนโลยีลดโลกร้อน

การลงทุนในระยะแรกนั้นค่อนข้างง่ายเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยยังต่ำ แต่ว่าทิศทางของดอกเบี้ยตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมาทำให้สภาพคล่องตึงตัวมากขึ้น และมูลค่าของธุรกิจสตาร์ทอัพลดลงในภาพรวม

BloombergNEF ติดตามข้อตกลงทางธุรกิจกว่า 1,000 รายการในปี 2023 และพบว่าบริษัทเทคโนโลยีลดโลกร้อนระดมทุนได้ 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจากกลุ่มบริษัทร่วมทุนและการขายหุ้นนอกตลาด ซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมา 12%[7] โดยมีรายงานว่าบริษัทเทคโนโลยีลดโลกร้อนหลายแห่งจำเป็นต้องปิดกิจการเนื่องจากหาเงินทุนได้ลำบากมากขึ้น[8]

เงินทุนจากบริษัทร่วมทุนเหมาะกับธุรกิจสตาร์ทอัพในการพัฒนาเทคโนโลยีระยะแรก ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่าระยะอื่น ๆ แต่เมื่อถึงเวลาต้องนำสินทรัพย์ไปใช้งานอย่างแพร่หลาย ธุรกิจมักจะจำเป็นต้องระดมทุนผ่านช่องทางอื่น ๆ ด้วย[9] แต่หลังจากสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมนำมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้นมาใช้ ธุรกิจก็เข้าถึงเงินทุนได้ลำบากมากขึ้น ถึงแม้ว่าธนาคารเต็มใจจะปล่อยสินเชื่อ แต่ก็มักจะกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับวิธีการนำเงินทุนเหล่านั้นไปใช้ ซึ่งสร้างภาระให้กับธุรกิจไปโดยปริยาย

เมื่อเทียบกับธุรกิจสตาร์ทอัพที่พัฒนาซอฟต์แวร์แล้ว บริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีลดโลกร้อนมักจะต้องใช้เงินทุนสูงกว่าอย่างมากในระยะเริ่มแรก และมักจะใช้เวลานานกว่าในการคืนทุน

ปัญหาด้านเงินทุนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจทำให้ธุรกิจสตาร์ทอัพจำนวนมากไม่สามารถพาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพของตัวเองเข้าสู่ระยะการจำหน่ายเพื่อสร้างผลกำไรได้ สิ่งนี้ไม่เพียงส่งผลเสียต่อเป้าหมายของโลกในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังอาจจะทำให้สูญเสียโอกาสทางการค้าครั้งใหญ่ด้วย

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าแหล่งเงินทุนทางเลือก รวมถึงสินเชื่อภาคเอกชนและสินเชื่อแบบพิเศษ มีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการมอบเงินทุนที่ยืดหยุ่น ซึ่งจำเป็นต่อการนำเทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอนไปใช้งานจริง

คว้าโอกาสใหม่ ๆ

ผลการวิจัยของ PitchBook ชี้ให้เห็นว่าภาคธุรกิจเทคโนโลยีลดโลกร้อนมีโอกาสมากมายที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะแรก หลัก ๆ คือธุรกิจเทคโนโลยีเกี่ยวกับคาร์บอน รวมถึงธุรกิจสตาร์ทอัพและบริษัทดักจับคาร์บอนที่พัฒนาซอฟต์แวร์วัดหรือจัดทำบัญชีการปล่อยก๊าซคาร์บอน[10] อีกสามธุรกิจที่น่าสนใจที่สุด ได้แก่ ยานพาหนะไฟฟ้า เทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในกระบวนการผลิต และโซลูชันการใช้ที่ดินเพื่อสร้างความยั่งยืนในการเกษตรและการทำป่าไม้

ในขณะเดียวกัน BloombergNEF ได้จัดทำรายชื่อธุรกิจสตาร์ทอัพสามกลุ่มหลัก ๆ ในการมอบรางวัล Pioneers ครั้งล่าสุด โดยมีการประกาศผลเมื่อเดือนเมษายน 2024 กลุ่มธุรกิจเหล่านี้ได้แก่[11]

  • การทลายภาวะคอขวดของพลังงานสะอาด หลัก ๆ คือธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์หาสถานที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจ็กต์ รับมือกับจุดสูงสุดและต่ำสุดในการผลิตพลังงานหมุนเวียน และการจัดการระบบกักเก็บพลังงาน

  • การลดการปล่อยคาร์บอนจากอาคารด้วยโซลูชันสำหรับสร้างหรือปรับเปลี่ยนอาคารโดยใช้ระบบที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบทำความร้อน ระบายความร้อน และแสงสว่าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักจะช่วยให้พื้นที่อยู่อาศัยและสถานที่ทำงานสะดวกสบายมากขึ้นด้วย

  • เชื้อเพลิงชนิดใหม่ที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ โดยเน้นเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยาน การขนส่งทางเรือและรถบรรทุกระยะไกล ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนมาใช้ระบบพลังงานไฟฟ้าได้เนื่องจากแบตเตอรี่หนักเกินไปหรือจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ไม่มากพอกับความต้องการ

แม้ว่าการลงทุนในเทคโนโลยีเกิดใหม่เหล่านี้ รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ จะมีความเสี่ยงหลายอย่าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือโอกาสในสร้างผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากความเป็นไปได้ที่รัฐบาลและ[12] รกิจต่าง ๆ[13] จะเข้ามาส่งเสริมภาคธุรกิจเทคโนโลยีลดโลกร้อน ซึ่งจะเพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องจากมีความต้องการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างเร่งด่วน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับธุรกิจที่ต้องแบกรับต้นทุนมากขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเนื่องจากต้องเสียภาษีคาร์บอนที่คาดว่าจะปรับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีนับจากนี้[14] และนั่นจะทำให้เทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

แต่ว่าก่อนจะไปถึงตอนนั้น แม้แต่เทคโนโลยีลดโลกร้อนที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วก็ยังเสี่ยงต่อการล้มเหลวจากสภาวะเงินทุนในปัจจุบัน ทว่าสินเชื่อแบบพิเศษช่วยปิดช่องว่างนี้ได้ ตัวอย่างเช่นการนำหุ้นที่ถือไว้ระยะยาวมาเปลี่ยนเป็นเงิน จะช่วยให้นักลงทุนที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดมีแหล่งเงินทุนทางเลือกสำหรับลงทุนในเทคโนโลยีลดโลกร้อนได้

เมื่อพิจารณาจากการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั่วโลกแล้ว เห็นได้ชัดเจนว่าเงินทุนทุกรูปแบบต่างก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง


[1] https://www.scientificamerican.com/article/renewable-power-set-to-surpass-coal-globally-by-2025/

[2] https://www.iea.org/news/the-path-to-limiting-global-warming-to-1-5-c-has-narrowed-but-clean-energy-growth-is-keeping-it-open

[3] https://www.reuters.com/sustainability/us-sustainable-aviation-fuel-production-target-faces-cost-margin-challenges-2023-11-01/

[4] https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-10-11/hydrogen-fuel-of-the-future-or-fizzling-climate-change-solution

[5] https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-10-11/hydrogen-fuel-of-the-future-or-fizzling-climate-change-solution

[6] https://www.irena.org/News/pressreleases/2023/Aug/Renewables-Competitiveness-Accelerates-Despite-Cost-Inflation

[7] https://about.bnef.com/blog/over-50-billion-flow-to-climate-tech-startups-in-a-stormy-year/#:~:text=Climate%2Dtech%20companies%20raised%20%2451,for%20all%20startups%20by%20Pitchbook.

[8] https://about.bnef.com/blog/over-50-billion-flow-to-climate-tech-startups-in-a-stormy-year/

[9] https://sifted.eu/articles/climate-tech-debt-financing

[10] https://pitchbook.com/news/reports/2023-vc-emerging-opportunities

[11] https://www.bloomberg.com/features/2024-green-tech-startups-bnef-pioneer-award-winners/

[12] https://www.weforum.org/publications/policy-action-to-mobilize-climate-finance-and-market-responses/

[13] https://www.weforum.org/impact/first-movers-coalition-worlds-largest-clean-demand-signal-climate-technologies/

[14] https://about.bnef.com/blog/carbon-prices-can-both-help-and-hinder-a-path-to-net-zero/