ทุนทางเลือกสำหรับการจัดการพอร์ตอย่างมีประสิทธิภาพ

ความสามารถในการเข้าถึงบริการจัดหาเงินทุนที่ยืดหยุ่นและคุ้มค่าเป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการจัดการการลงทุนในตราสารทุน

ตราสารทุนเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุน เนื่องจากนักลงทุนจะได้ร่วมเป็นเจ้าของกิจการและได้รับเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีโอกาสที่สินทรัพย์จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาวด้วย แต่ในบางสถานการณ์ เงินที่ผูกไว้กับตราสารทุนอาจจะสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าหากนำไปลงทุนที่อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่ตลาดอยู่ในภาวะหมีและจ่ายปันผลต่ำ

หลังจากปิดตลาดโดยทำสถิติสูงสุด 70 ครั้งในปี 2021 ดัชนี S&P 500 ก็ร่วงหนักกว่า 5% ในเดือนมกราคม 2022 ถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา ปัจจุบัน เกณฑ์มาตรฐานของสหรัฐอเมริกาจ่ายปันผลแค่ 1.33% เท่านั้น ใกล้เคียงกับตัวเลขต่ำสุดในอดีต[1] ในภาคธุรกิจเทคโนโลยี หุ้น 50 ตัวของดัชนี Nasdaq 100 ไม่จ่ายปันผลเลย ซึ่งรวมถึงบริษัทยอดนิยมอย่าง Amazon, Netflix และ Tesla ด้วย[2]

นอกจากนี้ ยังไม่มีสิ่งใดมารับประกันว่ามูลค่าหุ้นจะเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ เนื่องจากธนาคารกลางกำลังเริ่มลดการสนับสนุนทางการเงินและเงินเฟ้อก็สูงขึ้นเรื่อยๆ การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังไม่จบยังคงทำให้นักลงทุนต้องคิดหนักต่อไป เช่น จะมีสายพันธุ์ใหม่มาทำให้เกิดการล็อกดาวน์ทางเศรษฐกิจอีกครั้งหรือไม่ ซึ่งทำให้มูลค่าหุ้นได้รับผลกระทบอย่างหนักตามไปด้วย

นักลงทุนที่เล็งเห็นถึงศักยภาพในระยะยาวของตราสารทุนในมือ สามารถพิจารณาวิธีการต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์อย่างเงินทุนของตัวเองให้มากขึ้น โดยใช้สินทรัพย์เหล่านี้มาเป็นประตูเข้าถึงการจัดหาเงินทุนที่คุ้มค่า

การขอสินเชื่อแบบใช้หุ้นเป็นหลักประกันในตอนที่ตลาดขึ้นไปใกล้จุดสูงสุดอาจจะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในการจัดการความเสี่ยง เพราะเป็นการสร้างฐานรองรับให้ราคาหุ้นโดยไม่ต้องเสียศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ในทำนองเดียวกัน การสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในภาคธุรกิจที่ไม่เป็นที่นิยมก็ช่วยให้นักลงทุนสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับพอร์ตของตัวเองได้ โดยการกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์หลายๆ ตัว ระหว่างรอให้ราคาฟื้นขึ้นมา

ในสถานการณ์ทั้งสองแบบ สินเชื่อแบบใช้ตราสารทุนค้ำประกันจะมอบทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนอย่างเต็มที่ โดยการปลดล็อกมูลค่าจากการถือหุ้น โดยไม่ต้องสูญเสียโอกาสในการรับผลกำไรจากมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว

ศักยภาพในระยะยาว

สินเชื่อที่ได้รับจัดโครงสร้างแบบข้อตกลงการขายและการซื้อคืนของ EquitiesFirst ช่วยให้นักลงทุนนำหุ้นในมือมาใช้ประโยชน์ในการขอสินเชื่อที่มีต้นทุนต่ำ และหลังจากสิ้นสุดระยะสัญญาที่ตกลงกันไว้ EquitiesFirst จะคืนหุ้นจำนวนเท่าเดิมให้กับผู้กู้ยืม ซึ่งในตอนนั้นนักลงทุนจะได้ประโยชน์จากราคาหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย

EquitiesFirst เสนอข้อกำหนดที่น่าสนใจ กล่าวคือมีอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าที่ 60%-70% และอัตราดอกเบี้ยประมาณ 3-4% ผู้กู้ยืมจะยังคงนำรายได้ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้สามารถพิจารณาการลงทุนรูปแบบอื่นๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าได้ เช่น การรีโนเวทซึ่งจะเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์

เราทำงานกับผู้ถือหุ้นระยะยาวอย่างใกล้ชิด และจัดทำโครงสร้างสินเชื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ของนักลงทุนแต่ละราย ในฐานะพาร์ทเนอร์ระยะยาวของลูกค้า เราจะอนุมัติสินเชื่อที่ใช้หุ้นเป็นหลักประกันหลังจากวิเคราะห์พื้นฐานและสัญญาณทางเทคนิคของหุ้นอย่างละเอียดแล้วเท่านั้น อีกประการหนึ่ง เรายังมีพอร์ตการลงทุนที่กระจายความเสี่ยงในภาคธุรกิจและภูมิภาคต่างๆ เพื่อบรรเทาความเสี่ยงในตลาดด้วย โดยฝ่ายวิจัยของบริษัทจะช่วยตรวจสอบทุกโอกาสอย่างละเอียดและจัดการหลักประกันอย่างรอบคอบ

นอกจากต้นทุนต่ำและมีความยืดหยุ่นอย่างเต็มที่ในการใช้ประโยชน์จากรายได้แล้ว สินเชื่อแบบใช้ตราสารทุนเป็นหลักประกันยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของนักลงทุนที่ต้องการจัดการทุนของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


[1] https://data.nasdaq.com/data/MULTPL/SP500_DIV_YIELD_MONTH

[2] https://indexarb.com/dividendYieldSortedn1.html