หลังจากขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาแล้ว 12 ครั้งในช่วง 13 เดือนจนถึงเดือนมิถุนายน 2023 ธนาคารของออสเตรเลียยังคงปล่อยให้ตลาดคาดเดาการตัดสินใจครั้งถัดไป
ธนาคารกลางของออสเตรเลีย (RBA) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.1% ในการประชุมนโยบายการเงินเมื่อเดือนกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายนที่ผ่านมา แม้ RBA จะออกมาเตือนว่าอาจจะมีการขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหม่ แต่ก็อาจจะต้องรอหลังจากประเมินผลกระทบทั้งหมดของการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ผ่านๆ มา แล้วค่อยปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันชะลอตัวลงและอัตราการว่างจ้างเพิ่มขึ้นเล็กน้อย[1]
ผลการสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดยสำนักข่าว Reuters นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยขึ้นมาอยู่ที่ 4.35% ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบ 12 ปี อย่างไรก็ตาม
ในขณะเดียวกัน ผู้ให้กู้รายใหญ่ที่สุด 3 รายจากทั้งหมด 4 รายของประเทศกล่าวว่า ไม่น่าจะมีการขึ้นราคาเพิ่มเติมนอกเหนือจากตำแหน่งปัจจุบัน ซึ่งเป็นระดับที่พวกเขาเชื่อว่าเพียงพอที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อเย็นลงและบรรลุการลงจอดที่นุ่มนวล[2]
หนึ่งในสาเหตุหลักที่ RBA ใช้นโยบายการเงินที่มีความระมัดระวังมากกว่าธนาคารกลางของประเทศอื่น ๆ ในการชะลอเงินเฟ้อเป็นเพราะผู้รับจำนองในออสเตรเลียปล่อยสินเชื่อโดยใช้อัตราดอกเบี้ยแบบแปรผัน ต่างจากประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ที่มักจะปล่อยสินเชื่อด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่โดยมีระยะสัญญายาวนานถึง 30 ปี[3] นั่นหมายความว่าผลกระทบของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะปรากฏให้เห็นได้เร็วกว่าในออสเตรเลีย ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องแบกรับภาระมากขึ้นและใช้จ่ายได้น้อยลง ซึ่งน่าจะช่วยควบคุมเงินเฟ้อได้
สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ ตอนนี้อัตราดอกเบี้ยสูงจนส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคแล้ว รวมทั้งสร้างแรงกดดันให้กับธุรกิจต่างๆ มากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจของธนาคารแห่งชาติออสเตรเลียกลับพบว่าระดับความเชื่อมั่นทางธุรกิจฟื้นตัวกลับมาแล้ว ในขณะที่ผลสำรวจของ Westpac Banking Corp. เผยว่าผู้บริโภค "มองในแง่ลบ" มากขึ้นเรื่อยๆ [4] ข้อมูลจาก Equifax เองก็ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการผิดชำระสินเชื่อจำนองที่เห็นได้มากขึ้น[5] และไม่ช้าก็เร็ว ธุรกิจต่างๆ ก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากยอดขายและผลกำไรจะลดลงไปอีก
ในสถานการณ์แบบนี้ การจัดหาเงินทุนแบบก้าวหน้า (Progressive Capital) อย่างเช่น สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันของ EquitiesFirst จึงน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงสินเชื่อที่มีต้นทุนค่ำและอัตราดอกเบี้ยคงที่
นักลงทุนตราสารทุนจะได้รับผลกระทบก่อน
ในการศึกษาวิจัยขั้นพื้นฐาน (landmark study) เกี่ยวกับอนาคตของตราสารทุนทั่วโลกที่จัดทำโดย EquitiesFirst โดยร่วมมือกับ Institutional Investor หัวหน้าฝ่ายตราสารทุนของหนึ่งในกองทุนบำเหน็จบำนาญของออสเตรเลียให้สัมภาษณ์ว่า อัตราการว่างงานจะต้องสูงขึ้นก่อนจึงจะควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับเป้าหมายได้
ไม่เพียงเท่านั้น แหล่งข้อมูลที่ให้สัมภาษณ์ในรายงานฉบับดังกล่าวยังระบุว่า อัตราดอกเบี้ยสูงจะทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ส่งผลให้รายรับในออสเตรเลียและประเทศอื่นๆ ในเอเชียลดลง
RBA จะจับตามองสถานการณ์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงแนวโน้มของเงินเฟ้อ การใช้จ่ายของผู้บริโภค ต้นทุนแรงงาน และผลการสำรวจความคิดเห็นของธุรกิจ เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปหรือไม่
แม้ว่าตลาดจะยังคงแตกแยกกันขึ้นอยู่กับว่าวงจรการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของออสเตรเลียจะสิ้นสุดลงหรือไม่
แต่ยังไม่มีแนวโน้มว่าธนาคารกลางจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเร็วๆ นี้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของประเทศยังอยู่ที่ราวๆ 6% ซึ่งยังคงสูงกว่าตัวเลขเป้าหมายของ RBA ที่ 2-3% โดยธนาคารคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังไม่ถึงเป้าหมายจนกว่าจะถึงปลายปี 2025[6]
นอกจากนี้ RBA ยังเตือนว่า เงินเฟ้ออาจจะอยู่กับเรานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ หากการเพิ่มขึ้นของค่าแรงแข็งแกร่งกว่าที่คาด หรืออัตราการเจริญเติบโตของผลิตภาพไม่ฟื้นตัว ไม่เพียงแค่นั้น[7] ออสเตรเลียกำลังจะใช้นโยบายลดภาษีโดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้มีรายได้สูงในปีหน้า เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่กลางปี 2024 เป็นต้นไป โดยที่ยังคงแรงกดดันด้านราคา[8] ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยเหล่านี้ทำให้มองเห็นความเป็นไปได้ที่ RBA อาจจะใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวไปจนถึงปี 2025[9]
สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเข้ามาปิดช่องว่างที่เกิดจากวิกฤติสินเชื่อตึงตัว
บริษัทต่างๆ อาจจะต้องการหาเงินทุนหมุนเวียนมาเพิ่มเพื่อเตรียมตัวรับมือกับปัจจัยลบในระยะอันใกล้ แต่ก็ต้องเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยสูงและสภาพคล่องตึงตัว
โซลูชันที่น่าสนใจจึงเป็นสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันของ EquitiesFirst เนื่องจากสามารถนำเงินทุนเหล่านี้ไปใช้ทำอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนส่วนบุคคลหรือใช้เป็นทุนการดำเนินงานของบริษัท
เมื่ออัตราดอกเบี้ยพุ่งสูงและสภาพคล่องตึงตัว สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันจะเป็นประโยชน์มากเป็นพิเศษสำหรับนักลงทุน เนื่องจากช่วยให้นักลงทุนกระจายความเสี่ยงจากการถือหุ้น โดยไม่เสียโอกาสในการรับกำไรจากส่วนต่างเมื่อราคาหลักทรัพย์สูงขึ้น
รายงาน EquitiesFirst x Institutional Investor เผยว่า นักลงทุนที่เน้นลงทุนในออสเตรเลียจะกังวลเกี่ยวกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์มากกว่านักลงทุนที่ลงทุนในภูมิภาคอื่นๆ นี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เนื่องจากสินค้าโภคภัณฑ์ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสกุลเงินของประเทศอย่างมาก[10]
เมื่อดูจากความไม่แน่นอนของอัตราดอกเบี้ยและเศรษฐกิจของของออสเตรเลียแล้ว นี่เป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนที่เน้นลงทุนในออสเตรเลียจะป้องกันและกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนของตัวเอง
[1] https://www.reuters.com/markets/rba-hold-rates-410-tuesday-will-hike-again-next-quarter-2023-09-01/
[2] https://www.reuters.com/markets/rba-hold-rates-410-tuesday-will-hike-again-next-quarter-2023-09-01/
[3] https://www.ratecity.com.au/home-loans/mortgage-news/news-why-australian-dollar-low-here-s-interest-rates-affect-dollar
[4] https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-08-08/australian-consumer-sentiment-slips-as-price-pressures-mount
[5] https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-08-01/australia-extends-rate-pause-for-second-month-currency-drops
[6] https://www.reuters.com/markets/rates-bonds/australian-central-bank-holds-rates-steady-second-month-2023-08-01/
[7] https://www.rba.gov.au/publications/smp/2023/aug/overview.html
[8] https://www.abc.net.au/news/2023-08-04/rba-statement-monetary-policy-inflation-interest-rates-economy/102688084
[9] https://www.reuters.com/markets/rates-bonds/australian-central-bank-holds-rates-steady-second-month-2023-08-01/
[10] https://www.abc.net.au/news/2023-08-08/australian-dollar-hibernation-commodities-interest-rates-economy/102697018
