สินทรัพย์นอกตลาด หรือสินทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ กำลังขับเคลื่อนการลงทุนส่วนใหญ่ในเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการต่อสู้กับวิกฤติสภาพอากาศ
จากรายงานของ BloombergNEF การลงทุนใหม่ๆ ในภาคธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกเพิ่มขึ้น 13% ในปี 2022 โดยมูลค่าปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 532 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[1] ตราสารหนี้นอกตลาดและการลงทุนในภาคเอกชนรวมกันแล้วคิดเป็นสัดส่วน 93% โดยอยู่ในรูปของสินเชื่อแบบใช้สินทรัพย์ค้ำประกันและโครงการโซลาร์ขนาดเล็ก ในทางตรงกันข้าม การลงทุนในสินทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดรวมกันแล้วคิดเป็นสัดส่วนแค่ 3.3% เท่านั้น[2]
พูดง่ายๆ ก็คือสินทรัพย์นอกตลาดมอบเส้นทางที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วที่สุดให้แก่นักลงทุนที่ต้องการโอกาสสร้างผลตอบแทนจากภาคธุรกิจพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ไม่เพียงเท่านั้น สินทรัพย์นอกตลาดยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการมอบเงินทุนให้กับธุรกิจระยะเริ่มต้นที่กำลังคิดค้นแนวทางแก้ไขปัญหาสภาพอากาศ เพราะช่วยให้นักลงทุนได้สังเกตการดำเนินงานของโปรเจ็กต์อย่างใกล้ชิด ซึ่งโปรเจ็กต์เหล่านี้ไม่เพียงช่วยปกป้องเราในอนาคต แต่ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนอย่างงามในระยะยาวด้วย
การวิเคราะห์สถานการณ์โดย International Energy Agency ได้ข้อสรุปว่า หากต้องการให้เป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ทั่วโลกสำเร็จภายในปี 2050 การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกือบครึ่งหนึ่งจะต้องมาจากเทคโนโลยีที่ยังไม่ได้นำไปปรับใช้กันอย่างแพร่งหลายในเชิงพาณิชย์ เทคโนโลยีเหล่านี้จำนวนมากอยู่ระหว่างการพัฒนาโดยบริษัทต่างๆ ที่ยังถือเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ไม่ใช่บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และยังไม่สามารถทำกำไรได้ ซึ่งแหล่งเงินทุนหลักของบริษัทเหล่านี้ก็คือตราสารทุนและตราสารหนี้นอกตลาดนั่นเอง

ที่มาของรูปภาพ: https://privatebank.jpmorgan.com/gl/en/insights/investing/the-energy-transition-is-ramping-up-investors-should-take-note
โอกาสครั้งสำคัญ
การเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดคาดว่าจะต้องใช้เงินทุนตั้งแต่ 119-194 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2050[3] ดังนั้น สินทรัพย์นอกตลาดจึงต้องยกระดับตัวเองขึ้นไปอีกเพื่อให้ตรงกับความต้องการลงทุนด้านสภาพอากาศที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ
ตราสารหนี้นอกตลาดกำลังเร่งเข้ามาปิดช่องว่างตรงนี้ เมื่อไม่นานมานี้ Blackstone บริษัทจัดการการลงทุนทางเลือกชั้นนำ ได้ปิดดีลกองทุนตราสารหนี้นอกตลาดเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีมูลค่ากว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[4] ไม่เพียงเท่านั้น BlackRock ยังซื้อกิจการ Kreos Capital หนึ่งในผู้ปล่อยสินเชื่อรายใหญ่ที่สุดของยุโรปที่อนุมัติเงินทุนให้แก่ธุรกิจสตาร์ทอัพและบริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูง[5]
นอกจากนี้ บริษัทการลงทุนระดับโลกอย่าง KKR & Co ก็ซื้อสินเชื่อพลังงานแสงอาทิตย์มูลค่า 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่อนุมัติให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพในสหรัฐอเมริกาอย่าง SunPower Corp. ซึ่งนำเสนอโซลูชันที่ช่วยให้เจ้าของบ้านติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายล่วงหน้าจำนวนมหาศาล[6]
ส่วน Ares Management Corp. และ Copenhagen Infrastructure Partners ก็เพิ่งเปิดตัวกองทุนตราสารหนี้นอกตลาดขนาดใหญ่ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นภาคธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะ S&P Global ยังรายงานว่าผู้ให้บริการตราสารหนี้นอกตลาดยังจับมือกับธนาคารหลายแห่งเพื่อออกสินเชื่อให้กับโปรเจ็กต์เกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียน รวมถึงโปรเจ็กต์พลังงานน้ำขนาดใหญ่บนชายฝั่งอ่าวของสหรัฐอเมริกาที่ประสบปัญหาในการขอสินเชื่อเนื่องจากธนาคารชะลอการปล่อยกู้ ตราสารหนี้นอกตลาดเข้ามารับความเสี่ยงบางอย่างที่สถาบันการเงินแบบดั้งเดิมลังเลที่จะแบกรับในสถานการณ์ตลาดปัจจุบัน ทำให้โปรเจ็กต์เหล่านี้มีความสามารถในการสร้างกำไรจนเพียงพอที่จะดึงดูดแหล่งเงินทุนอื่น ๆ จากผู้ให้สินเชื่อกระแสหลัก และดำเนินงานได้อย่างมั่นคงในที่สุด[7]
จับกระแสการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนด้วยสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
การลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดที่มีเป้าหมายในการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจะได้รับประโยชน์จากแรงหนุนที่สำคัญสองประการ
ประการแรกคือปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ปัจจุบัน พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมถูกกว่าพลังงานฟอสซิลแล้วในหลายๆ ส่วนของโลก ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ลดลงอย่างต่อเนื่องนี้นี้จะช่วยให้เทคโนโลยีที่มีพลังเปลี่ยนโลกอย่างกรีนไฮโดรเจนมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะอยู่รอดจนนำมาใช้ได้จริง
ประการที่สองคือ ผลจากการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศมองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น รัฐบาลของประเทศใหญ่ๆ จึงอาจจะหันมาใช้กฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้นและเสนอรางวัลจูงใจมากกว่าเดิมเพื่อเร่งให้เกิดการเปลี่ยนมาใช้แหล่งพลังงานที่สะอาดมากขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อปีที่แล้วประธานาธิบดี Biden ได้ประกาศใช้กฎหมายลดเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมอบสิ่งจูงใจให้กับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและบริษัทพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ในช่วงหลายสิบปีนับจากนี้
บุคคลธรรมดาเองก็สามารถเข้าถึงตราสารหนี้ภาคเอกชนรูปแบบใหม่ๆ ได้เช่นกัน เพื่อสมัครขอสินเชื่อสำหรับการติดตั้งระบบพลังงงานหมุนเวียนขนาดเล็ก แล้วร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เพื่อบรรเทาผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ตัวอย่างเช่น ในคู่มือของ SunPower เจ้าของบ้านและธุรกิจสามารถขอสินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันของ EquitiesFirst เพื่อนำเงินทุนที่ได้ไปติดตั้งแผงโซลาเซลล์ที่จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและประหยัดค่าไฟฟ้าได้
หากมองในมุมกว้างกว่านั้น สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันยังเป็นทางเลือกที่สะดวกและยืดหยุ่นสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการนำตราสารทุนหรือคริปโตที่ถือครองอยู่มาใช้เป็นหลักประกันในการเข้าถึงเงินทุนสร้างสภาพคล่อง เพื่อคว้าโอกาสลงทุนกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่กำลังมาแรง โดยที่จะยังคงได้รับผลกำไรในกรณีที่สินทรัพย์เหล่านั้นมีราคาสูงขึ้น
ในบรรดาโอกาสเหล่านี้ สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ การลงทุนในยานพาหนะไฟฟ้าเมื่อปีที่แล้วเกือบจะเทียบเท่ากับการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนเลยทีเดียว ส่วนเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานก็ดูเหมือนจะมีอัตราส่วนการลงทุนเติบโตขึ้นอย่างมาก เพราะหนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้อย่างแพร่หลายก็คือปัญหาการกักเก็บพลังงาน
จริงๆ แล้วการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเป็นแนวคิดการลงทุนที่สำคัญมาก เพราะไม่ใช่แค่ส่งผลขยายไปยังทุกภาคธุรกิจในระบบเศรษฐกิจ แต่ยังได้รับประโยชน์จากกฎหมายและสภาพการณ์ของตลาดที่เอื้ออำนวยด้วย ในช่วงเวลาที่สถาบันการเงินแบบเก่าไม่กล้าปล่อยสินเชื่อให้กับโครงการเหล่านี้ สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันจึงเป็นวิธีการที่น่าสนใจอย่างยิ่งในการส่งเสริมให้การเปลี่ยนแปลงนี้เดินหน้าต่อไป
[1] https://about.bnef.com/new-energy-outlook-series/
[2] https://www.alliancebernstein.com/n-europe/en-gb/institutions/insights/investment-insights/how-private-assets-can-empower-the-energy-transition.html
[3] https://about.bnef.com/new-energy-outlook-series/
[4] https://www.blackstone.com/news/press/blackstone-closes-record-energy-transition-private-credit-fund-at-over-7-billion/
[5] https://www.blackrock.com/corporate/newsroom/press-releases/article/corporate-one/press-releases/blackrock-to-acquire-kreos-capital
[6] https://www.spglobal.com/marketintelligence/en/news-insights/latest-news-headlines/private-credit-eyes-renewable-energy-ops-permira-direct-lending-fund-hits-8364-4-2b-76171377
[7] https://www.spglobal.com/marketintelligence/en/news-insights/latest-news-headlines/private-credit-eyes-renewable-energy-ops-permira-direct-lending-fund-hits-8364-4-2b-76171377
